บทความ/ให้ความรู้ Archives - Page 8 of 27 - SHIPPOP
5 ฟีเจอร์ IG ที่คนขายของต้องใช้

5 ฟีเจอร์ IG ที่คนขายของต้องใช้

ทำไมธุรกิจถึงต้องมีบัญชี Instagram? Instagram เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งโซเชียลคอมเมิร์ซที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มที่เอาไว้ลงรูปภาพเท่านั้น แต่ยังมีฟีเจอร์ที่รองรับสำหรับร้านค้าและแบรนด์ธุรกิจด้วย ทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น และเป็นการขยายช่องทางการขายด้วยเช่นเดียวกันค่ะ   แนะนำ 5 ฟีเจอร์ที่คนขายของต้องใช้   1. Instagram Shopping หากคุณขายของออนไลน์และมีสินค้าหลากหลายฟีเจอร์นี้จะเหมาะกับธุรกิจของคุณ เพราะบัญชีธุรกิจสามารถติดแท็กสินค้าได้ เมื่อลูกค้ากดที่รูปภาพระบบจะแสดงข้อมูลสินค้า เช่น ชื่อสินค้า ราคา เป็นต้น ปกติเราอาจจะคุ้นชินกับการใส่รายละเอียดไว้ที่โพสต์ แต่การติดแท็กและลงข้อมูลสินค้าเลย จะช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเรายังสามารถเพิ่มข้อมูล “View Shop” หน้าโปรไฟล์ของเราได้ด้วย เมื่อลูกค้ากดเข้าไปจะพบกับสินค้าทั้งหมดของเรา  2. ใส่ลิงก์ใน Bio การใส่ลิงก์ใน Bio จะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ค่ะ เนื่องจาก Instagram เป็นช่องทางหนึ่งที่เราเอาไว้โปรโมตและจำหน่ายสินค้า แต่ถ้าหากคุณมีเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือช่องทางการขายอื่น ๆ ที่อยากให้ลูกค้าของคุณเข้าไปกดติดตาม การแนบลิงก์ไว้ที่ Bio หน้าโปรไฟล์ก็สามารถช่วยกระตุ้นการเข้าชมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เนื่องจากเมื่อลูกค้าสนใจสินค้าของคุณและอยากรู้เกี่ยวกับแบรนด์ของคุณมากขึ้น เขาจะทำการคลิกลิงก์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม 3. Instagram Live การไลฟ์สดถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายยอดนิยมที่พ่อค้าแม่ค้าเลือกใช้เลยค่ะ ปัจจุบันการขายผ่านไลฟ์สดได้รับความนิยมและมาแรงมาก ๆ […]

แนะนำ เครื่องปริ้นที่แม่ค้าออนไลน์ควรมี

แนะนำ เครื่องปริ้นที่แม่ค้าออนไลน์ควรมี

สำหรับคนขายของออนไลน์ที่มีออเดอร์เป็นจำนวนมาก อาจจะเริ่มพบปัญหาเขียนใบปะหน้ากล่องพัสดุไม่ไหว ที่สำคัญหากเขียนในปริมาณมากก็เสี่ยงที่เกิดข้อผิดพลาดได้ด้วยเช่นกันค่ะ เราจึงขอแนะนำให้ร้านค้าออนไลน์ควรเลือกใช้ “เครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ้น” ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบเลยค่ะ เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ SHIPPOP คุณไม่จำเป็นต้องนั่งเขียนหน้ากล่องพัสดุอีกต่อไป เพราะคุณสามารถกรอกข้อมูลและพิมพ์ออกมาแปะที่หน้ากล่องได้ ลดเวลาทำงาน สะดวกขึ้น แถมยังได้เลขพัสดุทันที บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเครื่องพิมพ์แต่ละประเภทกัน แต่ละรุ่นทำงานอย่างไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน? เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม 1. เครื่องปริ้นเตอร์มาตรฐาน เป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านถ่ายเอกสาร สำนักงาน และตามบ้านเรือนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเครื่องปริ้นเตอร์แบบนี้มีหลากหลายขนาดและหลายรูปแบบการใช้งานเลยค่ะ เช่น ถ่ายเอกสาร ปริ้นเอกสาร สแกนเอกสารให้เป็นรูปภาพ เป็นต้น สามารถปริ้นได้ทั้งแบบขาวดำและสี รองรับการถ่ายเอกสารขนาด A4 หรือถ้าไม่อยากปริ้นแบบเต็มแผ่น ก็สามารถปรับขนาดได้ตามใจชอบ ใครที่ส่งพัสดุแล้วต้องการใบปะหน้าแบบเห็นชัด ๆ ขนาดใหญ่ เครื่องปริ้นเตอร์แบบนี้ก็ถือว่าสามารถใช้งานได้ดี แต่อาจจะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมอย่างสก็อตเทปใส เพื่อนำมาใช้แปะหน้ากล่องอีกทีนึงค่ะ 2. เครื่องปริ้นสติ๊กเกอร์ / ใบปะหน้า สำหรับแม่ค้าท่านใดที่ไม่อยากใช้สก๊อตเทปใส อยากลดต้นทุนและเน้นความสะดวก เราขอแนะนำให้เลือกใช้เครื่องปริ้นแบบสติ๊กเกอร์เลยค่ะ เพราะใช้งานง่ายและช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพียงแค่เราใส่สติ๊กเกอร์ไว้ในเครื่องปริ้น และนำข้อมูลชื่อที่อยู่จัดส่งกรอกลงในระบบ ก็สามารถปริ้นออกมาได้เลยและนำไปแปะบนกล่องพัสดุได้ทันที ซึ่งเครื่องปริ้นแบบนี้จะเหมาะกับการปริ้นสติ๊กเกอร์ขนาด 4×6 นะคะ 3. เครื่องปริ้นแบบพกพา […]

เปลี่ยนใจลูกค้าที่ยังลังเล ให้ซื้อสินค้าในทันที!

เปลี่ยนใจลูกค้าที่ยังลังเล ให้ซื้อสินค้าในทันที!

การปิดการขายให้ได้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ท้าทายของแม่ค้าออนไลน์เลยค่ะ เพราะกว่าลูกค้าจะตัดสินใจซื้อไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะในหลายครั้งลูกค้าก็มักจะเกิด “ความลังเลใจ” ไม่รู้ว่าซื้อดีหรือว่าไม่ซื้อดี ดังนั้นแม่ค้าอย่างเราจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ วันนี้เราจะแชร์เคล็ดลับดี ๆ เพื่อช่วยให้คุณนำไปปรับใช้และเปลี่ยนลูกค้าที่ยังลังเลใจ ให้ตัดสินใจซื้อสินค้าภายในทันที! 1. ให้ลูกค้าดูและทดลองสินค้าตัวอย่าง สินค้ามีมากมายหลายประเภท และมีสินค้าบางอย่างที่ลูกค้าไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที เช่น สินค้าที่มีราคาสูง เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น เนื่องจากเป็นประเภทที่มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน ลูกค้าจึงต้องหาข้อมูลและเลือกตัวเลือกที่เขาคาดว่าน่าจะดีที่สุด ดังนั้นหากคุณควรมีหน้าร้านค้า คุณควรมีตัวอย่างสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้ทำการทดลองใช้จริงเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจถึงประสิทธิภาพการทำงานของสินค้า หรือหากคุณขายผ่านช่องทางออนไลน์ คุณควรทำคลิปวิดีโอแนะนำสินค้า เช่น ฟังก์ชั่นการใช้งาน แกะกล่องสินค้าเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าเขาจะได้อุปกรณ์ใดบ้าง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 2. บอกความแตกต่างของสินค้าให้ชัดเจน สินค้าที่มีความคล้ายคลึงกันก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้ลูกค้าเกิดความลังเลใจ หลายครั้งลูกค้าก็มักจะเกิดคำถามมากมาย เช่น “เพิ่มเงินอีกนิดก็ได้รุ่นใหม่กว่า ควรเลือกยังไงดีนะ?”, “สินค้านี้ราคาเท่ากันเลย แล้วมันต่างยังไงนะ?” เป็นต้น สำหรับสินค้าที่เป็นประเภทเดียว แต่มีรายละเอียดที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย เราขอแนะนำให้คุณทำตารางเปรียบเทียบสินค้าแต่ละรุ่นเพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพ และเข้าใจความแตกต่างในด้านการใช้งานและรายละเอียดการให้บริการของทางร้าน (หากมี) เพื่อที่ลูกค้าจะได้ตัดสินใจว่าสินค้าใดที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด 3. จัดอันดับสินค้ายอดนิยม ในบางครั้งไม่ว่าเราจะแนะนำลูกค้าอย่างไร ลูกค้าก็ยังเกิดความลังเลใจอยู่ดี สิ่งจำเป็นที่ควรทำมากที่สุดเลย คือ การเก็บข้อมูลสถิติยอดขายภายในร้านของเราค่ะว่าสินค้าใดยอดขายสูงมากที่สุด โดยทำการแยกสินค้ายอดนิยมให้แต่ละประเภทด้วยนะคะ […]

5 เทคนิคปั้นแบรนด์ให้ปัง!

5 เทคนิคปั้นแบรนด์ให้ปัง!

การขายของออนไลน์ไม่ง่ายอย่างที่คิด เราเริ่มต้นขายออนไลน์ง่ายก็จริงค่ะ แต่ว่าจะทำยังไงให้สินค้าขายดี? ทำยังไงให้สินค้าติดตลาด? ทำยังไงลูกค้าถึงจะมาซื้อสินค้ากับเรา? และอีกหลากหลายคำถามที่แม่ค้าออนไลน์จะต้องพบเจอ สิ่งสำคัญคือเราทุกคนอยากให้สินค้าของเราขายดีออเดอร์เข้าต่อเนื่องใช่ไหมคะ วันนี้ SHIPPOP จะมาแชร์เทคนิคให้ดูกันค่ะว่าร้านค้าควรเริ่มจากทำสิ่งใดก่อน และต้องปฎิบัติตัวอย่างไรเพื่อมัดใจลูกค้า 1. ลูกค้าอยู่ที่ไหน ให้ไปขายที่แพลตฟอร์มนั้น การขายของออนไลน์ในยุคสมัยนี้ต้องยอมรับเลยว่ามีตัวเลือกให้แม่ค้าเยอะมากจริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าขายผ่านทางโซเชียลมีเดียหรือขายผ่านทางมาร์เก็ตเพลส ก็สามารถเปิดร้านค้าได้ง่ายมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องมีร้านค้าในทุก ๆ แพลตฟอร์มนะคะ เพราะในแต่ละแพลตฟอร์มจะมีผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ช่วงอายุการใช้งานก็ต่างกันไปค่ะ ดังนั้นนะคะ สิ่งที่ดีที่สุดคือ เราต้องทำการวิเคราะห์และสำรวจกลุ่มลูกค้าของเราให้ดีค่ะว่าสินค้าของเราตอนนี้เหมาะกับคนกลุ่มไหน ไลฟ์สไตล์เป็นยังไง เช่น ลูกค้าที่เป็นวัยรุ่น ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในทวิตเตอร์เป็นหลัก เป็นต้น 2. สร้างแคมเปญหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย ช่วงแรกในการขายของออนไลน์ก็จะยังไม่ค่อยมีลูกค้า ไม่มีคนรู้จักเรา ดังนั้นเราควรออกโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาสนใจสินค้าในร้านค้าของเราค่ะ ซึ่งการทำแคมเปญสามารถทำได้หลายหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การจัดเซ็ทของขวัญ, การลดราคาสินค้า, ซื้อ 1 แถม 1, หรืออาจแจกของรางวัล โดยกำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้าได้เข้าร่วมด้วย เช่น บอกเหตุผลที่อยากได้สินค้าชิ้นนี้ พร้อมกับติดแท็กหาเพื่อน หรือให้แคปโพสต์ของเราเพื่อแชร์ต่อ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ร้านค้าของเรามีการ “แชร์” และการเกิดบอกต่อเพิ่มมากขึ้นด้วยนะคะ  3. […]