บทความ/ให้ความรู้ Archives - SHIPPOP
ออเดอร์เยอะ จัดการยังไง  ส่งของไม่ทัน ทำยังไง? วิธีลดงานหลังบ้านร้านค้าออนไลน์เมื่อยอดขายเริ่มโต

ออเดอร์เยอะ จัดการยังไง ส่งของไม่ทัน ทำยังไง? วิธีลดงานหลังบ้านร้านค้าออนไลน์เมื่อยอดขายเริ่มโต

ขายดีขึ้น ออเดอร์เยอะขึ้น เป็นสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ทุกคนอยากเห็น แต่พอออเดอร์จากวันละไม่กี่สิบกลายเป็นหลักร้อย ปัญหาใหม่ก็มักตามมา ต้องคีย์ชื่อและที่อยู่ลูกค้าทีละรายการต้องทำรายการส่งของซ้ำ ๆต้องพิมพ์ใบปะหน้าจำนวนมากต้องคอยเช็กว่าพัสดุไหนส่งแล้วหรือยังและบางวันทีมงานใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการจัดการงานส่งของ จากยอดขายที่ควรเป็นเรื่องดี กลับกลายเป็นว่า “ออเดอร์เยอะ แต่จัดการไม่ไหว” แล้วถ้าออเดอร์เยอะขึ้น ร้านค้าออนไลน์ควรจัดการอย่างไร โดยไม่ต้องเพิ่มงานหลังบ้านตามจำนวนออเดอร์? ออเดอร์เยอะ จัดการยังไงไม่ให้ส่งของผิดหรือส่งไม่ทัน? สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบเพิ่มคน แต่ควรดูก่อนว่าในหนึ่งออเดอร์ ทีมงานต้องทำงานซ้ำกี่ครั้ง ลองดู Workflow ทั่วไปของร้านค้าออนไลน์ ลูกค้าสั่งสินค้า→ ตรวจสอบออเดอร์→ นำชื่อและที่อยู่ไปสร้างรายการส่ง→ เลือกขนส่ง→ พิมพ์ใบปะหน้า→ แพ็กสินค้า→ ส่งพัสดุ→ ติดตามสถานะ หากทุกขั้นตอนต้องใช้พนักงานทำด้วยตัวเองทั้งหมด เมื่อออเดอร์เพิ่มจาก 50 เป็น 500 รายการ งานหลายอย่างก็อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจควรแก้ก่อนคือ ลดงานที่ต้องทำซ้ำในแต่ละออเดอร์ คีย์ที่อยู่ลูกค้าทีละรายการ เสียเวลามากกว่าที่คิด หนึ่งในงานที่พบได้บ่อยในร้านค้าออนไลน์คือการนำข้อมูลจากระบบขายมากรอกใหม่ในระบบขนส่ง ชื่อเบอร์โทรที่อยู่รหัสไปรษณีย์น้ำหนักสินค้ารายละเอียดพัสดุ หากมีเพียงวันละ 10-20 รายการอาจยังไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีวันละหลายร้อยรายการ การคีย์ข้อมูลเดิมซ้ำอีกครั้งไม่เพียงเสียเวลา แต่ยังเพิ่มโอกาสกรอกชื่อ ที่อยู่ หรือเบอร์โทรผิดอีกด้วย ทางแก้คือพยายามทำให้ ข้อมูลออเดอร์และข้อมูลการจัดส่งเชื่อมต่อกัน ยิ่งลดจำนวนครั้งที่พนักงานต้องนำข้อมูลเดิมมากรอกใหม่ได้มากเท่าไร งานหลังบ้านก็ยิ่งลดลง พิมพ์ใบปะหน้าหลายออเดอร์ […]

เริ่มส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับร้านค้าออนไลน์มือใหม่

เริ่มส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับร้านค้าออนไลน์มือใหม่

เริ่มส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับร้านค้าออนไลน์มือใหม่ การขายสินค้าออนไลน์ให้ลูกค้าต่างประเทศอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายร้าน เพราะแค่ได้ยินคำว่า “ส่งพัสดุต่างประเทศ” ก็นึกถึงเอกสาร ศุลกากร ภาษี ค่าส่ง และขั้นตอนที่ดูซับซ้อนกว่าการส่งในประเทศ แต่จริง ๆ แล้ว หากเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ก่อนส่ง การเริ่มส่งสินค้าชิ้นแรกไปต่างประเทศก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือ ก่อนนำกล่องไปส่ง อย่าเพิ่งดูแค่ว่า “ประเทศนี้ค่าส่งเท่าไร?” แต่ควรตรวจสอบให้ครบตั้งแต่สินค้าส่งได้หรือไม่ ข้อมูลผู้รับถูกต้องหรือเปล่า ต้องใช้เอกสารอะไร น้ำหนักและขนาดเท่าไร ไปจนถึงเรื่องภาษีของประเทศปลายทาง บทความนี้สรุปสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเตรียมก่อน ส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก พร้อมแนวทางใช้ SHIPPOP International / Cross Border เพื่อช่วยจัดการงานส่งต่างประเทศผ่านระบบเดียว 1. เริ่มจากเช็กก่อนว่า “สินค้าของเราส่งไปประเทศนั้นได้หรือไม่” นี่คือสิ่งแรกที่ควรทำก่อนแพ็กของด้วยซ้ำ เพราะสินค้าบางประเภทอาจส่งออกจากประเทศไทยได้ แต่ประเทศปลายทางมีข้อกำหนดเพิ่มเติม หรืออาจไม่อนุญาตให้นำสินค้าเหล่านั้นเข้าประเทศ SHIPPOP แนะนำให้ผู้ส่งตรวจสอบทั้งข้อกำหนดของประเทศปลายทาง ขั้นตอนศุลกากร และตรวจว่าสินค้าเข้าข่ายสินค้าต้องห้ามหรือไม่ ก่อนเริ่มสร้างรายการจัดส่ง ตัวอย่างสินค้าที่มีข้อจำกัดหรือไม่สามารถขนส่งทางอากาศในบริการบางประเภท เช่น วัตถุอันตราย สารเคมี เงินสด อาวุธและวัตถุระเบิด สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงสินค้าบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับอาหาร พืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีใบอนุญาต กรมศุลกากรเองก็แบ่งสินค้าออกเป็นทั้ง ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด ซึ่งสินค้ากลุ่มหลังอาจส่งออกได้ แต่ต้องได้รับใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ก่อนส่งให้ถามตัวเอง 3 ข้อ สินค้าชนิดนี้ส่งออกจากประเทศไทยได้หรือไม่? […]

จัดการงานส่งจำนวนมาก ด้วย Excel, API และ SHIPPOP ลดงานซ้ำร้านออนไลน์

จัดการงานส่งจำนวนมาก ด้วย Excel, API และ SHIPPOP ลดงานซ้ำร้านออนไลน์

จัดการงานส่งจำนวนมาก ด้วย Excel, API และ SHIPPOP ลดงานซ้ำร้านออนไลน์ เมื่อร้านค้าออนไลน์เริ่มมีออเดอร์เพิ่มขึ้น ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่จำนวนกล่องที่ต้องแพ็ก แต่คือ งานหลังบ้านที่เพิ่มขึ้นตามทุกออเดอร์ ทั้งการกรอกชื่อและที่อยู่ลูกค้า สร้างรายการจัดส่ง พิมพ์ใบปะหน้า เช็กสถานะ และตรวจสอบยอดเก็บเงินปลายทาง หากยังต้องทำทุกขั้นตอนด้วยมือ ออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้หมายถึงยอดขายที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงเวลาทำงานและโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นด้วย สำหรับร้านที่มีพัสดุจำนวนมาก การจัดระบบงานส่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ SHIPPOP มีเครื่องมือสำหรับช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ ตั้งแต่การบันทึกชื่อและที่อยู่ การนำเข้ารายการด้วย Excel ไปจนถึงการเชื่อม API เข้ากับระบบหลังบ้านของธุรกิจ รวมถึงการพิมพ์ใบปะหน้าและตรวจสอบ COD จากระบบเดียว เพื่อให้ร้านสามารถจัดการออเดอร์จำนวนมากได้คล่องตัวขึ้น  1. ลดการกรอกข้อมูลซ้ำด้วยการบันทึกชื่อและที่อยู่ ลองนึกถึงร้านที่ต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าประจำ ตัวแทนจำหน่าย หรือสาขาเดิมหลายครั้งในแต่ละเดือน หากทุกครั้งต้องกลับมากรอกชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่ใหม่ทั้งหมด นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังมีโอกาสพิมพ์ข้อมูลผิดอีกด้วย SHIPPOP รองรับการ บันทึกชื่อและที่อยู่เพื่อช่วยลดขั้นตอนการสร้างรายการขนส่ง ทำให้ข้อมูลที่ใช้งานเป็นประจำสามารถนำกลับมาใช้ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะเริ่มกรอกใหม่ตั้งแต่ต้นทุกออเดอร์  ฟีเจอร์ลักษณะนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อร้านมีวันละไม่กี่ออเดอร์ แต่เมื่อเพิ่มเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยรายการต่อวัน เวลาที่ลดลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละออเดอร์สามารถรวมกันเป็นเวลาทำงานจำนวนมาก และยังช่วยให้ทีมงานโฟกัสกับการแพ็กสินค้า ตรวจสอบความถูกต้อง และบริการลูกค้าได้มากขึ้น 2. ออเดอร์เยอะ ไม่ต้องสร้างทีละรายการด้วย Import Excel […]

ลดต้นทุนค่าส่ง ขายดีแต่กำไรหาย? ค่าส่งอาจเป็น ต้นทุนที่ร้านออนไลน์มองข้าม

ลดต้นทุนค่าส่ง ขายดีแต่กำไรหาย? ค่าส่งอาจเป็น ต้นทุนที่ร้านออนไลน์มองข้าม

ยอดขายเพิ่มขึ้น ออเดอร์เข้าทุกวัน ดูเหมือนธุรกิจกำลังไปได้ดี แต่พอสรุปยอดปลายเดือนกลับพบว่า ต้นทุนที่ร้านออนไลน์มองข้าม “กำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นตามยอดขาย” หนึ่งในต้นทุนที่ร้านค้าออนไลน์จำนวนไม่น้อยอาจมองข้าม คือ ค่าขนส่ง ยิ่งร้านมีออเดอร์มาก ค่าส่งก็ยิ่งกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และหากร้านเลือกขนส่งแบบเดิมทุกครั้งโดยไม่ได้เปรียบเทียบราคา ต้นทุนเพียงไม่กี่บาทต่อกล่อง เมื่อรวมกันหลายร้อยหรือหลายพันออเดอร์ การลดต้นทุนค่าส่ง อาจกลายเป็นกำไรจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือน ขายของเก่งอย่างเดียว อาจยังไม่พอ ถ้าจัดการ “ค่าส่ง” ไม่เป็น ลองคิดง่าย ๆ ถ้าร้านของคุณส่งพัสดุวันละ 50 กล่อง และสามารถลดต้นทุนการจัดส่งได้เพียง 5 บาทต่อกล่อง เท่ากับประหยัดได้วันละ 250 บาท ประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 90,000 บาทต่อปี นี่คือเหตุผลว่าทำไมร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มกำไร ไม่ควรมองแค่เรื่อง “ขายให้ได้มากขึ้น” แต่ควรมองด้วยว่า จะบริหารต้นทุนหลังบ้านให้ดีขึ้นได้อย่างไร และหนึ่งในต้นทุนที่เริ่มจัดการได้ทันที ก็คือเรื่องการขนส่ง ปัญหาคือ ขนส่งแต่ละเจ้ามีราคาและจุดเด่นไม่เหมือนกัน พัสดุแต่ละชิ้นไม่ได้เหมือนกัน บางกล่องเล็ก บางกล่องใหญ่บางออเดอร์ส่งในกรุงเทพฯบางออเดอร์ส่งต่างจังหวัดบางพื้นที่ขนส่งเจ้าหนึ่งอาจเหมาะกว่าอีกเจ้า แต่ในความเป็นจริง ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากมักเลือกใช้ขนส่งเจ้าเดิมทุกออเดอร์ เพราะสะดวกและคุ้นเคย ปัญหาคือ ความสะดวกนั้นอาจแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่าที่จำเป็น […]

ภาพรวมตลาด ขนส่งพัสดุด่วน ในประเทศไทย อัพเดทปี 2024 หรือ 2567 Thailand e-commerce Logistic Landscape 2024

ภาพรวมตลาด ขนส่งพัสดุด่วน ในประเทศไทย อัพเดทปี 2024 หรือ 2567 Thailand e-commerce Logistic Landscape 2024

ตลาดขนส่งโลจิสติกส์ไทย: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุค Shoppertainment ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดขนส่งโลจิสติกส์ในประเทศไทยได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สืบเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดนี้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค: จาก Social Commerce สู่ Shoppertainment ต้องบอกว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่การขายสินค้าผ่าน Social Commerce เป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันกลับถูกแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างมากจากการมาของ Shoppertainment ปัจจุบัน แทบทุกแพลตฟอร์มได้เริ่มนำเสนอวิดีโอสั้นพร้อมฟีเจอร์ “ติดตะกร้า” เพื่อให้ผู้ชมสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีขณะรับชม นี่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดขนส่งในประเทศไทยต้องปรับตัวอย่างรุนแรงและน่าสนใจ Top 5 ผู้ให้บริการขนส่งในประเทศไทย (อัพเดต 20 กันยายน 2024) จากตัวเลขในกราฟ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่างที่ควรนำไปวิเคราะห์ต่อ: ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด โดยมียอดรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถพลิกจากการขาดทุนในปีที่แล้วมาเป็นกำไรได้สำเร็จ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาด แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) เติบโตขึ้นอย่างมาก […]

5 วิธี เพิ่มประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ลูกค้าประทับใจ

5 วิธี เพิ่มประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ลูกค้าประทับใจ

ในปัจจุบันธุรกิจออนไลน์มีการแข่งขันสูงมากเลยค่ะ ดังนั้นหนึ่งในเคล็ดลับที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ก็คือ “การทำให้ลูกค้าประทับใจ” เนื่องจากผู้บริโภคมีช่องทางการเลือกซื้อที่หลากหลาย คุณจึงต้องสร้างความแตกต่าง ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ และส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดความภักดีในระยะยาว ด้วยการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าประทับใจ  ในบทความนี้ เราจะบอกเคล็ดลับ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและยกระดับให้ธุรกิจของคุณก้าวไปอีกขั้น . 1. คอนเทนต์น่าสนใจ สิ่งที่อยู่ในโลกออนไลน์และดึงดูดลูกค้าได้มหาศาลขึ้นอยู่กับ “คอนเทนต์” เลยค่ะ เพราะการคอนเทนต์คือการนำเสนอบางสิ่งบางอย่างให้ลูกค้าได้เห็น ดังนั้นเนื้อหาที่เรานำเสนอจะเป็นชี้วัดได้เลยว่าเนื้อหานี้ช่วยดึงความสนใจให้ลูกค้าหยุดดูหรือหยุดอ่านเรื่องที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้หรือไม่ แต่การทำคอนเทนต์ก็มีการนำเสนอหลายรูปแบบนะคะ ทั้งเป็นแบบรูปภาพ วิดีโอสั้น วิดีโอยาว บทความ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่คุณต้องศึกษาให้มากขึ้น และเลือกนำเสนอให้เหมาะกับลูกค้าของคุณค่ะ . 2. หน้าเว็บรองรับกับอุปกรณ์ทุกรูปแบบ ออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามแล้ว ก็อย่าลืมทำให้หน้าเว็บไซต์รองรับกับระบบของมือถือด้วยนะคะ เนื่องจากในปัจจุบันเราทุกคนต่างก็ใช้สมาร์ทโฟน แบบชนิดที่ว่าเกือบจะเป็นอวัยวะที่ 33 เลยทีเดียว เมื่อลูกค้าต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมเขาก็จะเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราค่ะ หากเราไม่ได้ออกแบบให้เหมาะกับมือถือ ก็อาจส่งผลให้ประสบการณ์ในการใช้งานนั้นไม่ลื่นไหล ลูกค้าปิดหน้าเว็บไซต์ไป ทำให้เราอาจเสียลูกค้าไปได้เลยนะคะ . 3. ค้นหาสินค้าหรือข้อมูลได้ง่าย หากลูกค้าต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม เราจะต้องทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาได้ง่ายค่ะ สิ่งนี้อาจจะต้องดูเรื่องของการออกแบบเว็บไซต์ การลงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ หรือแม้แต่การเขียนบทความก็สำคัญเช่นเดียวกันค่ะ เนื่องจากในบทความเราสามารอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ได้ชัดเจน […]