ขายของออนไลน์ให้ Success ง่าย ๆ ด้วย 5 สิ่งที่ควรทำ

ขายของออนไลน์ให้ Success ง่าย ๆ ด้วย 5 สิ่งที่ควรทำ

เชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จมียอดขาย และออเดอร์จัดส่งสูงๆ กันทั้งนั้น แต่กลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้ไปถึงเป้าหมายเหล่านั้นได้ เคยสงสัยไหมว่าร้านค้าที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่เขาทำอย่างไร แตกต่างจากเรามากไหมนะ วันนี้เรามี 5 สิ่งที่ควรทำ หากต้องการประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์   วางแผนทุกครั้งก่อนลงมือทำ การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จเราควรต้องวางแผนและตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้าเสมอ  รวมทั้งต้องมีความมุ่งมั่น ความพยายามพอที่จะทำตามแผนที่วางเอาไว้ เพื่อที่จะทำให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่นการขายของออนไลน์ คุณควรวางแผนให้ดี ว่าการขายของออนไลน์ครั้งนี้จะสามารถทำให้คุณดำเนินการได้แบบไม่ต้องไปขอยืมคนอื่นทีหลัง ยิ่งถ้าคุณคิดจะลาออกจากงานประจำมาขายของออนไลน์ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ ใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ เป็นเรื่องที่เราทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ทำได้ยาก พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่พอมีรายได้ ก็จะไม่ระวังใช้จ่ายเกินตัว ยิ่งพอมีมากขึ้นก็จะใช้มากขึ้น เช่น ซื้อกระเป๋าใหม่ รถยนต์ใหม่ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย โดยทราบไหมว่า ร้านค้าที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องใช้เงินให้เป็น อย่าลืมคิดถึงราคาต้นทุนและกำไรที่จะได้รับ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยสงครามการขายของออนไลน์ที่มีการตัดราคากันอยู่บ่อยครั้ง ควรรู้หลักการออมเงินไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาเป็นเงินเก็บหรือเป็นทุน แล้วเงินที่เหลือจากการออมค่อยนำมาใช้จ่าย เรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ การเรียนรู้ช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ ยิ่งคุณมีความรู้มาก ก็ยิ่งได้เปรียบคนอื่น การที่เราขยันทำงานหนักทุกวัน ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จได้ เราควรที่จะเพิ่มทักษะของตัวเอง โดยการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ฝึกฝนทักษะใหม่ หาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง จะช่วยสร้างให้มีมุมมองกว้างไกลมากขึ้น และมีความรู้รอบด้าน การขายของออนไลน์ในปัจจุบัน […]

4 คำถามที่ต้องตอบ หากต้องการจะเริ่มขายของออนไลน์

4 คำถามที่ต้องตอบ หากต้องการจะเริ่มขายของออนไลน์

ในปัจจุบัน “การขายของออนไลน์” เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยการพัฒนาในหลายๆ ด้านที่เอื้อต่อการขายของออนไลน์ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี และการพัฒนาด้านการขนส่งในประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาและขยายตัวของกระบวนการการสื่อสารที่มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในการขายของออนไลน์ดุเดือดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังจะเริ่มหันมาขายของออนไลน์ คุณจำเป็นต้องตอบคำถาม 4 ข้อนี้ให้ได้ก่อน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมลงสนามจริง นั่นก็คือ ขายอะไร ขายที่ไหนและจ่ายเงินอย่างไร รวมถึงการเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าอย่างไร

ร้านค้าออนไลน์ที่เหมาะกับคุณคือ? แบบมีสินค้าส่งทันที vs แบบสั่งซื้อ (pre-order)

ร้านค้าออนไลน์ที่เหมาะกับคุณคือ? แบบมีสินค้าส่งทันที vs แบบสั่งซื้อ (pre-order)

. ปัจจุบันร้านค้าออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากว่าเราไม่จำเป็นต้องออกนอกบ้านไปเจออากาศร้อนๆ ก็สามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือผ่านมือถือ ทำให้หลายๆ คนผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านขายของออนไลน์กันมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องเลือกนอกจากจะขายสินค้าอะไรแล้วนั้น คือ อยากจะเปิดร้านค้าออนไลน์ประเภทไหนที่จะเหมาะกับสินค้าของคุณ วันนี้ SHIPPOP จะพามาดูประเภทของร้านค้าออนไลน์ และข้อดีกับข้อเสียของการเปิดร้านแต่ละแบบ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเปิดร้านค้าออนไลน์การเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ทาง SHIPPOP จะแนะนำนั้นขอแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. ร้านค้าออนไลน์ : ขายของออนไลน์แบบมีสินค้าส่งทันที การขายของออนไลน์ในลักษณะนี้ คุณจะต้องซื้อสินค้ามาตุนสำหรับขายไว้ก่อน ถ่ายรูปสินค้าและลงรายการไว้ในเว็บไซต์ขายของออนไลน์ของคุณพร้อมตั้งราคา เมื่อมีผู้สนใจสั่งซื้อและทำการโอนเงินค้าสินค้ามาให้ คุณก็สามารถแพคสินค้าลงกล่องพัสดุและนำส่งไปรษณีย์ได้ทันที ข้อดีของการขายของออนไลน์แบบมีสินค้าสำหรับส่งทันที สามารถนำสินค้ามาถ่ายรูปได้ทุกมุม ลูกค้าตัดสินใจได้รวดเร็ว เพราะมีสินค้าพร้อมส่งทันที สามารถแจ้งสถาพของสินค้าให้ลูกค้าทราบได้ว่ามีตำหนิตรงไหนบ้าง ข้อเสียของการขายของออนไลน์แบบมีสินค้าสำหรับส่งทันที ต้องออกเงินซื้อสินค้าต่างๆ มาเก็บไว้ก่อน หากสินค้าขายไม่หมดก็จะทำให้เสี่ยงเรื่องทุนจมกับสินค้า 2. ร้านค้าออนไลน์ : ประเภทขายสินค้าแบบสั่งซื้อ (Pre Order) ประเภทขายสินค้าแบบสั่งซื้อ หรือที่เรียกกันว่า Pre Order การขายสินค้าแบบนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีสินค้าอยู่กับคุณ  เมื่อลูกค้าสั่งซื้อพร้อมกับโอนเงินค่าสินค้า หรือเงินมัดจำมาให้คุณ คุณก็ไปสั่งสินค้าที่ลงรายการไว้จากเว็บไซต์อื่น หรือร้านอื่นมาให้ลูกค้า แต่คุณต้องแจ้งลูกค้าด้วยว่าสินค้าที่สั่งซื้อแล้วจะได้สินค้าประมาณเมื่อไหร่ เพราะลูกค้าต้องโอนเงินค่าสินค้า หรือเงินมัดจำมาก่อน […]

5 วิธีการเพิ่มรายรับ และควบคุมรายจ่ายของคุณให้อยู่หมัด

5 วิธีการเพิ่มรายรับ และควบคุมรายจ่ายของคุณให้อยู่หมัด

“ต้นเดือนกินอย่างราชา สิ้นเดือนเข้ามา มาม่าอร่อยจัง” ประโยคนี้คงกระแทกใจใครหลายคน ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรู้เรื่องการเงิน แต่ดันไม่มีเงินเก็บ อยากมีรายได้เพิ่ม แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็ทำงานแบบเดิมๆ ไป แน่นอนผลลัพธ์ย่อมเท่าเดิม ถ้าเปรียบรายรับกับรายจ่ายเป็นกราฟ ก็คงเป็นกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดิ่งลงเร็วเช่นเดียวกัน เพราะเวลาเงินไหลเข้าบัญชีปุ๊บ ตาก็มันวาวปั๊บ พร้อมสินค้าออกใหม่ฝุดขึ้นในหัว เท่านั้นแหละเงินในบัญชีก็วิ่งออกมาทันที หรือบางคนน่าสงสาร ต้องนำเงินไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตอีก แล้วเราจะมีวิธีการรับมือกับสถานการณ์รายจ่ายบานเบอะได้อย่างไร วันนี้ SHIPPOP จะมาบอกวิธีการเพิ่มรายรับ จัดรายจ่ายให้อยู่หมัด 1.เพิ่มคุณภาพของตัวเอง จะพัฒนาตนเองให้อยู่ในระดับต้นๆ จนเพิ่มรายได้จากงานหลักได้อย่างไร อย่างแรก คือ เพิ่มคุณภาพตัวเองการเพิ่มคุณภาพมีหลายวิธี เช่น  การไปเรียนต่อ อ่านหนังสือ เข้าสัมมนาดีๆ ไปเรียนพิเศษคอร์สต่างๆ หรือถ้าเป็นการผลิตสินค้า สินค้าของคุณต้องมีความพิเศษ เป็นที่ต้องการของตลาดและมีคุณค่าต่อคนบนโลก เชื่อว่าถ้าสินค้าดีมีคุณภาพจริง ใครๆก็ต้องการ 2.โฟกัสถูกจุด การทำหลายๆอย่างพร้อมกัน ไม่ได้ช่วยให้คุณขายสินค้าได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่การโฟกัสให้ถูกจุดต่างหากที่ทำกำไร ควรเลือกทำงานที่คุณถนัด โฟกัสกับงานเดียว งานที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณ หรือเพิ่มความต้องการให้กับคุณจริงๆ ดูว่าสินค้าหรือตัวเองมีความพิเศษและไม่มีใครเหมือน โฟกัสกับธุรกิจเดียวแล้วทำให้เต็มที่สุด 3.เวลาเท่ากัน ผลตอบแทนไม่เท่ากัน สังคมที่มีแต่การแข่งขัน มนุษย์จึงต้องทำงานแลกเวลาเพื่อหาเงิน […]

3 เเนวคิด ต่อยอดธุรกิจ พิชิตอวกาศแบบฉบับของอีลอน มัสก์

3 เเนวคิด ต่อยอดธุรกิจ พิชิตอวกาศแบบฉบับของอีลอน มัสก์

ถ้าพูดถึงนักธุรกิจด้านนวัตกรรมที่โด่งดังที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ คงต้องยกให้กับ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งเเละผู้บริหารบริษัท SpaceX เเละ Tesla อีลอน มัสก์ เป็นวิศวกรเเละนักประดิษฐ์ผู้ที่เปลี่ยนเเปลงโลกมามากมาย เเต่อะไรที่ทำให้ อีลอน มัสก์  ก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลระดับต้นๆของโลกได้ เเล้วเราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาประยุกต์กับการทำธุรกิจหรือการขายของออนไลน์ได้อย่างไร วันนี้ผมจะพาทุกคนไปหาคำตอบจาก 3 เเนวคิด ต่อยอดธุรกิจ พิชิตอวกาศ ของอีลอน มัสก์ 1.รักในสิ่งทีทำ มัสก์มักจะบอกทุกคนว่า ไม่ว่าจะมีกี่โครงการมันก็คือ สิ่งที่เขาคิดขึ้นมาเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลก ที่สำคัญคือ จะต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำเพราะหากไม่รักก็คงจะไม่มีความสุขและไม่มีใจที่อยากจะทำ แต่ถ้ารักในสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องคอยคิดถึงสิ่งนั้นอยู่ตลอดเวลา และต้องไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ ให้คิดว่าเหมือนกับเป็นงานอดิเรกที่ทำเท่าไรก็ไม่มีทางเบื่อ เขาเปรียบว่า “นักกีฬาที่เขาประสบความสำเร็จนั่นแสดงว่าพวกเขาต้องชอบและรักกีฬาชนิดนั้นๆ และคงไม่เบื่อที่จะฝึกซ้อมทุกวัน เพราะมีความอยากเก่งขึ้นเรื่อยๆ” เขาเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน 15 ทุกวินาทีมีค่าเสมอ เเล้วคุณล่ะ คิดว่างานที่คุณกำลังทำอยู่ในวันนี้เป็นงานที่คุณรักหรือเปล่า ถ้ายังไม่รู้ลองสังเกตง่ายๆ ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ คุณคิดถึงมันอยู่ตลอดเวลาไหม เเละที่สำคัญถึงเเม้ว่าคุณจะเหน็ตเหนื่อยกับมากมันเเค่ไหน ความรู้สึกที่คุณได้คือการทำใในสิ่งที่มีคุณค่าเเละความหมายต่อชีวิต 2.สินค้าต้องดี มัสก์บอกว่า ไม่ว่าจะขายอะไร ต้องให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการของตัวเองดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับของคนอื่น […]

Hard Sell ,Soft Sell และ Tie-in 3 คำควรรู้ ก่อนลุยตลาดออนไลน์

Hard Sell ,Soft Sell และ Tie-in 3 คำควรรู้ ก่อนลุยตลาดออนไลน์

สินค้าหรือบริการที่ดีมีคุณภาพอย่างเดียวไม่พอ เมื่อในปัจจุบันมีร้านค้าออนไลน์เกิดขึ้นมามากมายและมีสินค้าให้เลือกมากมายหลากหลาย ทำให้เกิดการแข่งขันในการขายสูงขึ้น เราจะเห็นได้ว่าในโลกออนไลน์มีวิธีในการขายเพื่อใช้ในการดึงดูดลูกค้าหลายแบบ สื่อโฆษณาบางสื่อ มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น โฆษณาที่เน้นขายของอย่างตรงประเด็น โฆษณาที่เน้นในคนติดตามและแฝงการขายลงไป จนบางครั้งคนดูก็อาจไม่รู้เลยว่านี้คือการขายของ หากเราจะเริ่มทำการโฆษณาขายสินค้าหรือทำการตลาด ก็ควรเลือกวิธีการขายที่เหมาะสมกับสินค้าของเรา วันนี้ SHIPPOP ขอนำเสนอคำ 3 คำที่คุณควรรู้อย่าง Hard Sell ,Soft sell และ Tie in นั้นมีความหมายอย่างไร รับลองว่าเมื่อคุณทราบจะทำให้การขายของคุณและสินค้าของคุณดูน่าสนใจมากขึ้นแน่นอน Hard sell  การโฆษณาแบบยัดเยียดหรือเร่งเร้า (hard-sell advertising) เพราะเป็นการโฆษณามุ่งตรงไปยังผู้ฟัง และเรียกร้องให้ผู้ฟังซื้อสินค้าทันที หรือซื้อเดียวนี้ หรือให้คำมั่นสัญญาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด และวิเศษที่สุดในโลก เป็นต้น ตัวอย่างการใช้สไตล์โฆษณาแบบนี้ เช่น บริษัทจำหน่ายรถยนต์มักจะนำวิธีการโฆษณาแบบนี้มาใช้เมื่อ ลูกค้ามีความอ่อนไหวในด้านราคาสูง และการตัดสินใจซื้อรถยนต์จะยึดถือราคาเป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจซื้อเป็นต้น ตัวอย่าง Hard-sell :ขายน้ำแอปเปิ้ล “น้ำแอปเปิ้ลของเรานั้น มีวิตามินซีเยอะ ขายถูกมาก กินแล้วอยู่ท้อง ราคาถูกกว่าน้ำผลไม้อื่น กินได้ทุกเพศทุกวัย เพียงคุณซื้อวันนี้กล่องละ 10 บาท […]