บทความ/ให้ความรู้ Archives - Page 5 of 27 - SHIPPOP
3 ประเภทคู่แข่งที่คุณต้องรู้

3 ประเภทคู่แข่งที่คุณต้องรู้

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร ก็ย่อมต้องมีคู่แข่งขันทางธุรกิจ กุญแจสำคัญที่คุณจะเอาชนะได้ คือคุณจะต้องรู้จักสินค้าหรือบริการคุณเป็นอย่างดี และไม่ควรมองข้ามคู่แข่งทางธุรกิจของคุณ ซึ่งคู่แข่งทางธุรกิจไม่ได้มีแค่แบบเดียว วันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่ามีคู่แข่งประเภทใดบ้าง  1. คู่แข่งทางตรง คู่แข่งขันประเภทนี้น่าจะเป็นคู่แข่งที่เจ้าของธุรกิจมักจะระมัดระวังและจับตามองคู่แข่งอยู่แล้ว คู่แข่งทางตรงจะเป็นกลุ่มที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่มีความคล้ายคลึงกับธุรกิจของเรา หรือจะเหมือนกันกับเราเลยก็ได้ เป็นคู่แข่งที่เราจะต้องเผชิญกับการแย่งฐานลูกค้ากันโดยตรง การแข่งขันประเภทนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องจับตามอง เนื่องจากสินค้าร้านเรากับร้านของคู่แข่งมีความคล้ายกัน หรืออาจจะเหมือนกัน นั่นหมายความว่าเมื่อลูกค้าไปซื้อสินค้าที่ร้านของคู่แข่ง ลูกค้าก็จะไม่มาซื้อสินค้าร้านของคุณ 2. คู่แข่งทางอ้อม เป็นคู่แข่งขันที่อยู่ในธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่ไม่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการเหมือนกับเรา และสามารถช่วยลูกค้าแก้ปัญหาเดียวกันได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณอยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร คุณขายอาหารไทย แต่คู่แข่งของคุณขายอาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านของพวกคุณมีเมนูอาหารที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อลูกค้าต้องการทานอาหาร เขาจะสามารถซื้ออาหารจากร้านของคุณหรือคู่แข่งก็ได้ เพราะว่าสามารถทำให้ลูกค้าอิ่มท้องได้เหมือนกัน 3. ผู้เข้าแข่งขันทดแทน คุณและคู่แข่งของคุณจะขายสินค้าหรือให้บริการที่มีความคล้ายคลึงกัน ช่วยลูกค้าแก้ปัญหาได้เหมือนกัน แต่จะมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณให้บริการรถทัวร์ไป-กลับต่างจังหวัด ในขณะที่คู่แข่งของคุณให้บริการด้วยเครื่องบิน ซึ่งมีความรวดเร็วมากกว่า ซึ่งธุรกิจทั้ง 2 แบบสามารถช่วยให้ลูกค้าเดินทางไปต่างจังหวัดได้ แต่มีวิธีการที่แตกต่างกันค่ะ สรุปแล้วคุ๋แข่งแบบนี้ คือ มีสินค้าหรือบริการต่างกันแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันนั่นเองค่ะ  หลังจากที่คุณอ่านจนจบแล้ว อย่าลืมทำการสำรวจและวิเคราะห์ดูนะคะว่ามีธุรกิจใดบ้างที่เป็นคู่แข่งขันของคุณ 5 วิธีเอาชนะคู่แข่งขันทางธุรกิจ และอย่าลืมวางแผนกลยุทธ์และหมั่นทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าของคุณอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ SHIPPOP เรามีขนส่งรองรับมากกว่า 18 ขนส่ง […]

Facebook Groups ช่องทางเพิ่มยอดขาย ขยายธุรกิจ

Facebook Groups ช่องทางเพิ่มยอดขาย ขยายธุรกิจ

หากธุรกิจของคุณขายสินค้าใน Facebook อยู่แล้ว คุณเคยคิดที่จะเปิดขายสินค้าผ่านทางFacebook Group ด้วยหรือยัง เพราะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง และช่วยดึงดูดลูกค้าได้ ปัจจุบันการทำกลุ่มเฟซบุ๊กมีอยู่หลายรูปแบบ เราจะมาดูกันว่าธุรกิจของเราเหมาะกับการเปิดกลุ่มแบบใด และการเปิดกลุ่มนั้นมีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจของคุณ ประเภทของกลุ่ม Facebook สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนเปิด Facebook Group คือต้องรู้ว่าการเปิดกลุ่มนั้นมีกี่แบบ เพื่อทำการพิจารณาว่าธุรกิจของเราเหมาะกับการเปิดกลุ่มในรูปแบบใด 1. Public : สาธารณะ ทุกคนที่อยู่บน Facebook สามารถค้นหากลุ่มของคุณได้ สามารถเห็นโพสต์ต่าง ๆ ในกลุ่ม รวมถึงสิ่งที่คนในกลุ่มพูดคุย แสดงความคิดเห็นกัน และคนอื่นยังสามารถดูได้ด้วยว่าในกลุ่มของคุณมีใครอยู่บ้าง สิ่งที่ควรระวัง คือ “สแปม” เพราะเมื่อคุณเปิดสาธารณะนั้นหมายความว่าใครจะมาโพสต์อะไรก็ได้ ดังนั้นคุณจะต้องทำการลบโพสต์ที่เป็นสแปม หรือโพสต์ที่ไม่เหมาะสมและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ 2. Private : ส่วนตัว เป็นการเปิดกลุ่มแบบส่วนตัว ซึ่งจะแบ่งย่อยออกเป็น 2 แบบค่ะ 2.1 Private – Visible กลุ่มส่วนตัวที่เปิดการมองเห็น หมายความว่า ทุกคนที่อยู่ใน Facebook สามารถค้นหากลุ่มของคุณเจอ แต่ผู้คนเหล่านั้นจะไม่เห็นโพสต์ต่าง […]

Flash Sale คืออะไร เหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่

Flash Sale คืออะไร เหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า Flash Sale กันเป็นอย่างดี เรามักจะพบเห็นบน E-Marketplace ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ แล้วธุรกิจของเราควรทำการตลาดจัดโปรโมชั่นแบบนี้หรือไม่? Flash Sale คืออะไร เหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่? การขายสินค้าแบบแฟลชเซลล์ (Flash Sale) เป็นการที่ร้านค้าเสนอส่วนลดพิเศษ หรือจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้า เป้าหมายหลักของการขายด้วยรูปแบบนี้คือ ต้องการกระตุ้นยอดซื้อ ซึ่งจะมีวิธีการที่แตกต่างจากการขายสินค้าออนไลน์ทั่วไปอยู่ 3 อย่างค่ะ คือ 1. ให้ส่วนลดหรือจัดโปรโมชั่น : เป็นการขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าราคาปกติ หรืออาจจะจัดขายเป็นเซท หรือจัดโปร 1 แถม 1 2. กำหนดระยะเวลาชัดเจน : ส่วนใหญ่การขายแบบนี้จะกำหนดระยะเป็นรายชั่วโมง เช่น สินค้าราคาพิเศษลูกค้าจะต้องซื้อภายในช่วงเวลา 11.00 – 12.00 น. 3. สินค้าที่ให้เลือกจะมีจำนวนจำกัด : การขายแบบนี้เราต้องกำหนดจำนวนให้ชัดเจนค่ะ เพื่อทำการคำนวณต้นทุนต่าง ๆ และต้องดูความพร้อมของสต๊อกสินค้าด้วยนะคะ การขาย Flash Sale เหมาะกับธุรกิจของเราไหม? ใคร […]

รีวิวจากลูกค้าสำคัญอย่างไร?

รีวิวจากลูกค้าสำคัญอย่างไร?

การที่ธุรกิจบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการด้วยตนเองอย่างเดียวอาจจะไม่พอค่ะ เพราะปัจจุบันลูกค้ามักจะค้นหาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าอยู่เสมอ ดังนั้นการที่ธุรกิจเปิดช่องทางให้ลูกค้าเข้ามารีวิวเกี่ยวกับสินค้าหรือธุรกิจของเรา ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าใหม่สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนะคะ ทำไมเราจะต้องให้ลูกรีวิวสินค้าหรือบริการของเรา? 1. มีความน่าเชื่อถือ หากเป็นสมัยก่อนเวลาลูกค้าเลือกซื้อสินค้า อาจจะตัดสินใจซื้อเพราะดาราศิลปินเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ในยุคปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป บุคคลมีชื่อเสียงอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าลดลงค่ะ เนื่องจากผู้บริโภคเข้าใจแล้วว่าคือการโฆษณา และพรีเซ็นเตอร์อาจจะไม่ได้ใช้สินค้านั้นจริง ๆ ในทางกลับกัน หากเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มลูกค้าทั่วไป มาพูดถึงและรีวิวเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเรา จะทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือ เพราะบุคคลเหล่านี้จะเป็นกลุ่มที่ใช้สินค้าหรือบริการด้วยตนเองจริง ๆ ดังนั้นคำพูดและการกระทำต่าง ๆ จะค่อนข้างมีน้ำหนัก เมื่อมีคนมาอ่านคำรีวิวจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมากเลยค่ะ 2. การตลาดแบบปากต่อปาก ยังคงได้ผลดีอยู่เสมอ การตลาดแบบปากต่อปาก หรือที่เราเรียกกันว่า “บอกต่อ” ได้ผลดีมาเสมอและเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนมาตลอด ยิ่งกลายเป็นประเด็นพูดถึงหรือกระแสมากเท่าไหร่ สินค้าหรือบริการของเราก็ยิ่งมีลูกค้าที่อยากทดลองใช้ตามอย่างแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะหากดังในโซเชียลมีเดีย เกิดการบอกต่อ แชร์ต่อจำนวนมาก สินค้าหรือบริการของคุณก็อาจจะดังภายในข้ามคืนได้เลยค่ะ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องระวังนะคะ เพราะถ้าเป็นรีวิวที่เขียนในเชิงลบ ก็อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เช่นเดียวกันค่ะ 3. มีผลต่อ SEO ในระยะยาว หากลูกค้าเขียนรีวิวลงตามเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยการเขียนเป็นกระทู้หรือบทความ หรืออาจจะทำเป็นคลิปวิดีโอแล้วอัปโหลดเล่าเรื่องราว ประสบการณ์การใช้งานผ่านทาง YouTube สิ่งเหล่านี้จะมีผลกับ Search Engine Optimization […]

5 Trends แพคเกจจิ้งยอดนิยมปี 2022

5 Trends แพคเกจจิ้งยอดนิยมปี 2022

สำหรับคนที่เปิดธุรกิจเป็นตัวเอง ออกแบบผลิตภัณฑ์เองทุกชิ้น ตัวแพคเกจจิ้งก็มีความสำคัญมากเลยค่ะ เพราะหลายครั้งผู้บริโภคก็เลือกซื้อสินค้าจากการที่เขาชอบแพคเกจจิ้ง แต่ตัวแพคเกจจิ้งก็มีหลายรูปแบบใช่ไหมคะ วันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่าในปี 2565 แพคเกจจิ้งยอดนิยมจะมีดีไซน์แบบไหนบ้าง 1. Maximal Inside, Minimal Outside เป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ คือ ออกแบบให้ภายนอกดูเรียบ ๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย แต่เมื่อลูกค้าเปิดกล่องบรรจุภัณฑ์จะเจอกับดีไซน์ที่สวยงาม หรูหรา หรือดูสดใส ลองนึกภาพเมื่อลูกค้าได้รับสินค้าของคุณ เขาจะต้องประทับใจกับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ของคุณอย่างแน่นอน สร้างความตื่นตาตื่นใจ และช่วยให้ลูกค้าประทับใจ จดจำแบรนด์ของคุณได้ 2. Sustainable Packaging ในยุคปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เห็นได้จากการที่คนเริ่มสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ลดการใช้พลาสติก หรือเลือกใช้วัสดุหรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอีกเทรนด์ที่น่าจับตามองมากเลยค่ะ แน่นอนเลยว่าหากแบรนด์ของคุณตระหนักถึงความสนใจ ก็อย่าลืมคำนึกถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนะคะ 3. Eccentric text-centric design การออกแบบมีหลากหลายรูปแบบเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายของเส้น การเลือกใช้สีต่าง ๆ มีอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจนั่นก็คือ “ตัวอักษรหรือข้อความ” เราสามารถออกแบบให้ตัวอักษรมีความโดดเด่นได้ ตัวอักษรก็ถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ปัจจุบันมีรูปแบบตัวอักษรให้เราเลือกใช้หลากหลาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบใดเพื่อทำการสื่อสาร 4. Faux 3D deco ใครอยากออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูโดดเด่นสะดุดตาลูกค้า […]

แม่ค้าต้องรู้! กลยุทธ์ทำการตลาด ‘วันวาเลนไทน์’

แม่ค้าต้องรู้! กลยุทธ์ทำการตลาด ‘วันวาเลนไทน์’

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ที่ถือว่าเป็นเดือนแห่งความรักที่หลายคนตั้งตารอคอย และเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่สร้างยอดขายให้กับร้านค้าได้ดีเช่นเดียวกันค่ะ แน่นอนเลยว่าร้านค้าจะต้องทำเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะถึงวันวาเลนไทน์ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีกลยุทธ์อะไรบ้างที่ร้านค้าสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้าง 1. ใช้ pop-up เพื่อให้ลูกค้าเห็นแคมเปญชัดเจน หากคุณมีหน้าเว็บไซต์อย่าลืมที่จะทำรูปกิจกรรมวันวาเลนไทน์ โดยการขึ้นแบนเนอร์หน้าเว็บไซต์ หรือทำป๊อบอัป วิธีการแบบป๊อปอัปมีประสิทธิภาพดีมากค่ะ เพราะลูกค้าจะเห็นอย่างแน่นอนว่าตอนนี้ร้านค้าของคุณกำลังมีกิจกรรมอะไร จุดสำคัญ คือ คุณจะต้องออกแบบรูปแบบหรือเลือกใช้ข้อความที่น่าดึงดูด เพื่อให้ลูกค้าคลิกเข้าดูสินค้าเพิ่มเติมค่ะ 2. จัดโปรโมชั่น กระตุ้นยอดขาย สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือการจัดโปรโมชั่น เพื่อดึงให้ลูกค้าและเป็นการกระตุ้นยอดขาย โดยการจัดโปรโมชั่นสามารถทำได้หลากหลายวิธีค่ะ เช่น การลดราคา การแจกโค้ดส่วนลด การให้ของแถม เป็นต้น แต่การจัดโปรโมชั่นก็ต้องระวังนะคะ ไม่ควรจัดโปรโมชั่นบ่อยมากจนเกินไป เพราะลูกค้าจะเฝ้ารอวันลดราคา และจะไม่ค่อยซื้อสินค้าของเราในเวลาที่เราตั้งราคาขายเป็นราคาปกติค่ะ 3. ให้ข้อเสนอหรือสิทธิประโยชน์พิเศษ การจัดโปรโมชั่นเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ตลอดทั้งปีใช่ไหมคะ? แต่การให้ข้อเสนอสุดพิเศษเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ร้านค้าควรลอง ยกตัวอย่างเช่น คุณขายช่อดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ และให้ข้อเสนอกับลูกค้า ว่าคุณมีบริการจัดส่งช่อดอกไม้ไปให้คนรักของลูกค้า ซึ่งจะเป็นอีเวนต์พิเศษเล็ก ๆ ที่หลายคนน่าจะชื่นชอบ เพราะมีความแปลกใหม่ เหมาะกับลูกค้าสายโรแมนติกอยากเซอร์ไพร์สแฟนมากเลยค่ะ 4. กำหนดวันจัดส่งให้ชัดเจน ช่วงเทศกาลลูกค้ามักจะกังวลเรื่องของการจัดส่งเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่มียอดการจัดส่งพัสดุปริมาณมากอาจจะกระทบเรื่องการจัดส่งล่าช้า ดังนั้นเมื่อลูกค้าเข้ามาสั่งของก็จะกังวลว่าจะได้สินค้าไม่ทันตามเวลาที่เขากำหนดไว้ ดังนั้นร้านค้าควรระบุวันให้ชัดเจนว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าวันไหน หรือเสนอทางเลือกขนส่งด่วนที่สามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้เร็วที่สุด เพื่อคลายความกังวลให้กับลูกค้าและทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น SHIPPOP เรามีขนส่งรองรับมากกว่า […]