ส่งของ Archives - Page 2 of 7 - SHIPPOP
4 วิธี เพิ่มยอดขายด้วยการส่งของ

4 วิธี เพิ่มยอดขายด้วยการส่งของ

การเพิ่มยอดขายไม่ได้หมายความว่าเราจะทำกำไรจากการ “ตั้งราคาสินค้า” อย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เนื่องจากเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีเลยค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือ “การเพิ่มยอดขายด้วยการส่งของ” เนื่องจากเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราสามารถควบคุมต้นทุนได้ แถมยังเอาไปทำการตลาดดึงดูดให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ 1. รองรับการเก็บเงินปลายทาง (COD) รองรับการเก็บเงินปลายทาง หรือให้บริการ Cash On Delivery (COD) เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของคุณน่าเชื่อถือและช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ด้วยค่ะ เนื่องจากลูกค้าจะทำการสั่งซื้อสินค้า และจะชำระค่าสินค้าให้กับเราก็ต่อเมื่อเขาได้รับสินค้าแล้วเท่านั้น ซึ่งลูกค้าก็จะมั่นใจได้ว่าเราส่งของให้จริงนั่นเองค่ะ แต่การให้บริการเก็บปลายทางจะมีคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการด้วยนะคะ ซึ่งค่าธรรมเนียมในแต่ละขนส่งจะแตกต่างกันไปค่ะ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรศึกษาเงื่อนไขให้ดีเพื่อบริหารงานขายได้ดียิ่งขึ้น 2. ดึงดูดลูกค้าด้วยคำว่า “ส่งฟรี” ลูกค้าหลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า แต่พอเจอ “ค่าส่ง” ก็จะรู้สึกเสียดาย ไม่อยากจ่ายเงินเพิ่ม ดังนั้นร้านค้าอย่างเราควรบวกค่าจัดส่งไว้ในค่าสินค้า ยกตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 100 บาท ค่าจัดส่ง 50 บาท เมื่อต้องระบุราคาขายให้เขียนว่า “ราคา 150 บาท ส่งฟรี” จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละขนส่งคิดค่าบริการเท่าไหร่? SHIPPOP เรามีฟังก์ชั่นให้ทุกคนสามารถเข้ามา “เปรียบเทียบราคา” ของขนส่งได้ โดยแค่ระบุหมายเลขไปรษณีย์ต้นทาง-ปลายทาง พร้อมทั้งระบุน้ำหนัก ที่สำคัญสามารถเช็คราคาได้ “ฟรี” […]

3 เหตุผล ที่คุณควรขายของใน Instagram

3 เหตุผล ที่คุณควรขายของใน Instagram

สำหรับใครที่กำลังมองหาว่าจะ “ขายของออนไลน์ในแพลตฟอร์มไหนดี?” เราขอแนะนำให้เปิดร้านขายของออนไลน์ใน Instagram (IG) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นช่องทางที่ไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในขั้นตอนของการทำการตลาดเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าหากเราบริหารร้านค้าได้ดีก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายของเราได้ด้วยค่ะ  1. ลูกค้าช็อปปิ้งได้ง่าย Instagram เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมที่ร้านค้ามักเลือกใช้เพื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้แบรนด์และลูกค้ามีปฎิสัมพันธ์กันและสามารถปิดการขายได้ในที่เดียวด้วย เพราะลูกค้าสามารถแชทหาเราได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์หรือทัก direct message เพื่อสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อสินค้าได้ทันที ที่สำคัญ คือ หากเราเทียบกับการขายในช่องทางออฟไลน์หรือในเว็บไซต์ ลูกค้าจะต้องเปิดดูสินค้าในแค็ตตาล็อกหรือคลิกลิงก์ต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ แต่ใน Instagram เราจะสามารถแสดงข้อมูลได้ในโพสต์เดียว ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ยุ่งยากในการใช้งาน 2. เป็นการตลาดทางตรงสู่ผู้บริโภค Instagram เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ลูกค้าจะเลือกใช้เพื่อสื่อสารกับแบรนด์ ซึ่งหมายความว่าเมื่อลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าสักหนึ่งชิ้น ลูกค้ามีแนวโน้มหาสินค้าบน Instagram ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเพื่อดูรูปภาพและข้อมูลต่าง ๆ และจะเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออฟไลน์หรือเลือกซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ด้วยรูปแบบของแพลตฟอร์มจึงทำให้ลูกค้าดูสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นรูปภาพเป็นหลัก สามารถลงรูปได้สูงสุด 10 รูป/โพสต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถจูงใจให้ซื้อสินค้าและมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ 3. กระตุ้นการซื้อ หากเป็นสมัยก่อนเวลาลูกค้าวางแผนที่จะซื้อหรือตัดสินใจซื้อแล้ว จะเดินเข้าไปซื้อตามร้านค้าออฟไลน์ทันที แต่อย่างไรก็ตาม Instagram ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าด้วยเช่นกัน หมายความว่า ในบางครั้งเวลาที่ลูกค้าเบื่อ ๆ […]

ส่งไว ปลอดภัย ไม่มีเคลม กับ 3 เทคนิค ส่งสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นเทพ

ส่งไว ปลอดภัย ไม่มีเคลม กับ 3 เทคนิค ส่งสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นเทพ

สมาร์ทโฟน พาวเวอร์แบงค์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอื่นๆ เป็นเครื่องมือที่มีราคาแพงและมีความเปราะบาง ดังนั้นวิธีการแพ็คและขน ส่งสินค้า จึงมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งวันนี้ SHIPPOP ขอเสนอวิธีที่จะช่วยให้คุณลดปัญหาในการ ส่งสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเกิดความเสียหายในระหว่างการขนส่ง 1. ส่งสินค้า : โดยใช้กล่องกระดาษแข็งแทนกล่องกระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษแข็งจะแตกต่างจากกล่องกระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษลูกฟูกคือกล่องที่ทำมาจากกระดาษแข็งพับทบไปมา กล่องกระดาษแข็งจะประกอบไปด้วยกระดาษสามชั้น คือ แผ่นเรียบใน แผ่นเรียบนอก และมีฟูกคั่นอยู่ระหว่างกลาง วิธีทำกล่องกระดาษแข็งคือ จะเอากระดาษ ทำให้สามชั้นนี้มาประกบกัน ทำให้กล่องกระดาษแข็งมีราคาที่คุ้มค่าต่อการใช้งานและยังสามารถบรรจุของที่มีน้ำหนักมากได้ทั้งยังป้องกันความชื้นและรักษาสิ่งของภายในนั้นอีกด้วย 2.ส่งสินค้า : โดยใช้เม็ดโฟมเพื่อกันกระแทก การโรยโฟมเม็ดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยแยกสินค้าออกจากกัน และยังช่วยให้สินค้าไม่กระทบกับมุมด้านข้าง ด้านบน หรือด้านล่างของกล่อง ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งของเคลื่อนที่ไปรอบรอบกล่องกระดาษ ซึ่งโฟมเม็ดนั้นมีราคาถูกและสามารถป้องกันผลิตภัณฑ์ของคุณได้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ดีที่สุดในการแพ็คกล่องสินค้า 3.ส่งสินค้า : โดยปิดกล่องด้วยเทปกระดาษกาวใช้น้ำ การขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีราคาแพง คุณจะต้องปิดผนึกกล่องให้แน่นหนาเพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ของคุณ  การใช้เทปกระดาษกาวใช้น้ำจะมีประโยชน์ค่อนข้างมากเนื่องจากเมื่อมันถูกกระตุ้นด้วยน้ำมันจะแทรกซึมเข้าไปในกล่องกระดาษ และยึดติดกันอย่างแน่นหนากับกล่องกระดาษ และเทปแบบน้ำนี้จะมีเส้นใยแก้วอัดแน่นอยู่เต็มแผ่นเทป เป็นตัวเสริมสร้างความแข็งแรง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณเมื่อถูกแพ็คอยู่ในกล่อง คุณสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวคุณเองโดยการขยับกล่องไปมา หากของภายในกล่องไม่ได้มีการขยับ นั่นแสดงว่ามีการแพ็คมาอย่างดี ควรบรรจุของภายในกล่องให้เต็มมากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้โดยการใส่โฟม หรือเศษกระดาษเข้าไป จากนั้นทำการปิดผนึกกล่องให้แน่นหนาแล้วนำใส่ลงไปในบรรจุภัณฑ์อีกชิ้นและเว้นระยะห่างแต่ละด้านอย่างน้อย 2 นิ้ว […]

ขายอะไรดี? 5 ช่องทางในการหาสินค้ามาขายสำหรับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์มือใหม่

ขายอะไรดี? 5 ช่องทางในการหาสินค้ามาขายสำหรับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์มือใหม่

เราจะ ขายอะไรดี น่าจะเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากจะเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ปัจจุบันมีสินค้ามากมายที่ถูกขายผ่านทางออนไลน์ การเลือกสินค้าและหาช่องทางที่จะได้สินค้านั้นมาขาย จึงเป็นเรื่องแรกที่ทุกคนที่อยากจะเปิดร้านออนไลน์ต้องคิดให้ดี วันนี้ SHIPPOP ขอเสนอ “ขายอะไรดี 5 ช่องทางในการหาสินค้ามาขาย สำหรับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์มือใหม่ จะมีสินค้าอะไรช่องทางไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย

เลี่ยงการทับซ้อนกล่องหลายชั้นหรือมัดพัสดุรวมกัน ป้องกันปัญหาในการขนส่ง

เลี่ยงการทับซ้อนกล่องหลายชั้นหรือมัดพัสดุรวมกัน ป้องกันปัญหาในการขนส่ง

          พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ทุกคนรู้ว่า ขั้นตอนที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูงสำหรับการขายของออนไลน์คือการแพคของก่อนจัดส่ง การแพคพัสดุให้แน่นหนาเพื่อให้สิ่งของที่เราต้องการส่งนั้นปลอดภัยจากการถูกกระทบกระเทือนระหว่างจัดส่ง           ซึ่งหลายคนมักไม่ใส่ใจกับการแพคพัสดุให้แน่นหนา หรือไม่รู้ว่าวิธีการแพคพัสดุที่ทำอยู่นั้น อาจทำให้สินของด้านในเกิดความเสียหายได้ เช่น ใช้กล่องที่ไม่แข็งแรงพอ ใช้กล่องที่มีขนาดใหญ่กว่าสินค้ามากเกินไป ไม่ห่อหุ้มสิ่งของที่แตกหักง่ายให้ดี หรือแม้กระทั่งการใส่ข้อมูลจัดส่งที่ไม่ชัดเจน จนทำให้สินค้าถูกตีกลับ (กรณีที่แย่กว่าคือพัสดุอาจค้างในระบบขนส่ง)