ในปัจจุบัน “การขายของออนไลน์” เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยการพัฒนาในหลายๆ ด้านที่เอื้อต่อการขายของออนไลน์ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี และการพัฒนาด้านการขนส่งในประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาและขยายตัวของกระบวนการการสื่อสารที่มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในการขายของออนไลน์ดุเดือดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังจะเริ่มหันมาขายของออนไลน์ คุณจำเป็นต้องตอบคำถาม 4 ข้อนี้ให้ได้ก่อน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมลงสนามจริง นั่นก็คือ ขายอะไร ขายที่ไหนและจ่ายเงินอย่างไร รวมถึงการเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าอย่างไร

คำถามที่ 1 : ขายอะไร

ก่อนจะเริ่มขายของออนไลน์ เราต้องรู้จักตลาด รวมไปถึงสถานการณ์ของตลาดที่เราสนใจ และตัดสินใจเลือกสินค้าที่จะขาย และศึกษาหาช่องทาง หาแหลงที่จะรับสินค้ามาขาย ทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้ได้ก่อนเพื่อประโยชน์ต่อผลกำไรของคุณ คิดถูกเลือกถูกก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายวิธี

สินค้าที่ออกแบบและผลิตเอง: หากเราสามารถออกแบบและผลิตสินค้าเองได้ ก็สามารถนำสินค้ามาขายได้เลย สิ่งที่เราต้องคิดต่อคือเรื่องการกำหนดราคาสินค้าที่ต้องคำนึงถึงจุดคุ้มทุนและกำไร และราคาการจัดส่งที่แปรผันตามขนาดและน้ำหนักของสินค้า คุณสามารถเลือกออกแบบใหม่ให้สามารถลดต้นทุนจุดนี้ได้ โดยไม่กระทบกับคุณภาพสินค้า

สินค้าสั่งผลิตตามแบบของเรา: เพียงติดต่อกับทางโรงงานผู้ผลิตที่รับทำสินค้านั้นๆ ตามดีไซน์และรูปแบบที่เราต้องการอาจเป็นการพัฒนาสินค้าที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้นก็ได้ แต่เราต้องคำนึงถึงวัสดุและคุณภาพของวัสดุที่จะใช้ผลิตว่าคุณภาพดีหรือไม่หากวัสดุคุณภาพไม่ดีก็จะส่งผลที่ไม่ดีต่อสินค้าของคุณ
ซื้อเหมามาขายปลีก: ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีนี้ในการหาสินค้ามาขายบนร้านค้าของตัวเอง อาจจะได้กำไรต่อชิ้นน้อยกว่าสินค้าที่ผลิตเอง แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนและต้นทุนในการผลิตสินค้า เช่น เครื่องจักร หรือวัสดุในการผลิต รวมถึงสามารถหมุนเวียนสินค้าได้ง่ายกว่า

สั่งผลิตภายใต้แบรนด์ตัวเอง: สำหรับใครที่อยากมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีเงินทุนในการผลิตหรือไม่อยากมีความเสี่ยงในการผลิตเอง ก็สามารถสั่งผลิตสินค้าจากโรงงาน และติดแบรนด์ตัวเองได้ เป็นที่นิยมสำหรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

สินค้า Drop Ship: การขายของออนไลน์ประเภทนี้ใช้ต้นทุนค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องซื้อของมาสต็อกไว้ ลักษณะเหมือนตัวแทนขายสินค้าประเภทไม่สต็อกสินค้า เมื่อมีการสั่งซื้อเราก็สามารถแจ้งจำนวนสินค้าให้กับทางผู้ผลิต และผู้ผลิตจะส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง แต่เราจะรายได้จะน้อยกว่าการสต็อกของเอง

สินค้าตาม Order: สินค้าประเภทนี้จะผลิตก็ต่อเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการผลิตตามความต้องการของลูกค้า หรือตามดีไซน์ของลูกค้า เช่น แก้วกาแฟ เสื้อยืด เครื่องประดับ ปลอกหมอน ฯลฯ

คำถามที่ 2 : ขายสินค้าช่องทางที่ไหน

ช่องทางที่เราจะขายสินค้าในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มหลายช่องทาง การขายของออนไลน์ในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จควรทำการขายแบบ Multichannel หรือหลายช่องทาง เพื่อช่วงชิงความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าของเราให้ได้มากที่สุดและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ตัวอย่างช่องทางการขายดังนี้

สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง: การสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ช่องทางนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงหากไม่สามารถทำเองได้ และต้องจ้างคนออกแบบเว็บไซต์ หรือการดูแลในส่วนต่างๆ ที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะเรื่องของ Security ของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงได้   

เว็บไซต์ Marketplace ทั่วไป: เว็บไซต์ที่ทำให้เราขายของออนไลน์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องสร้างเว็บไซต์ของตัวเองก็สามารถขายสินค้าได้ ซึ่งในเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีเครื่องมือ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับเราและลูกค้าเข้าใช้งาน เช่น Shopee, Lazada, Alibaba หรือ Amazon

เว็บไซต์ Marketplace เฉพาะกลุ่มสินค้า: คล้ายกับเว็บไซต์ Marketplace ทั่วไป ที่แตกต่างคือ เป็นการขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น Etsy.com ที่เน้นขายสินค้ากลุ่มงานฝีมือ งานศิลปะ เป็นต้น  

เว็บไซต์ Blog ที่ขายสินค้าได้: การสร้างเว็บไซต์ Ecommerce ของตัวเองผ่าน website blog ต่างๆ เช่น WordPress ซึ่งเราสามารถเลือกปรับแต่งรูปแบบ website ของตัวเองได้ตามต้องการ

ขายบนโซเชียลมีเดีย: เป็นช่องทางที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ปัจจุบันแต่ละช่องทางบนโซเชียล มีฟีเจอร์ที่ให้เราสามารถขายของออนไลน์ได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำและเป้นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย เช่น Facebook fanpage, โพสต์บน intsagram ที่ซื้อของได้ เป็นต้น

ขายผ่าน Mobile App: วิธีนี้คือการสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อขายสินค้า ผู้ขายของออนไลน์รายเล็ก ไม่นิยมใช้วิธีนี้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายและวิธีในการทำที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง แต่หากเรามีร้านค้าบน Maketplace ลูกค้าก็สามารถเข้าถึงร้านเราได้จากแอพพลิเคชั่นบน Marketplace

ขายผ่าน Email: เป็นรูปแบบของการส่งอีเมล์ไปหาลูกค้าที่เรามีข้อมูลอยู่ อาจเป็นการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า และมีปุ่มกดสั่งซื้อผ่านอีเมล์นั้นๆ ได้เลย

ขายบนเว็บไซต์ประมูล: ขายสินค้าบนเว็บไซต์การประมูล เช่น eBay ซึ่งครอบคลุมผู้ซื้อและผู้ขายของออนไลน์ทั่วโลก สามารถกำหนดกลุ่มความสนใจผู้ซื้อได้


คำถามที่ 3 :จ่ายเงินอย่างไร

จ่ายเงินอย่างไร ข้อนี้ยังคงเป็นปัญหาสำหรับผู้ขายของออนไลน์ในประเทศไทย เพราะกระบวนการการจ่ายเงินเมื่อซื้อสินค้าออนไลน์นั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งกระบวนการส่วนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการขายของ ดังนั้นผู้ที่ต้องการขายของออนไลน์ควรพิจารณาส่วนนี้ให้มาก พยายามหาวิธีในการชำระค่าสินค้าให้หลากหลาย เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยให้กลับลูกค้า ไม่ว่าจะจ่ายแบบโอนเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต แสกน QR CODE แม้แต่ Cash on delivery หรือชำระเงินปลายทาง ก็สามารถพิจารณาให้เข้ากับตัวเอง ยิ่งช่องทางในการชำระเงินของเราง่ายก็ยิ่งทำให้ร้านค้าออนไลน์ของเราสามารถนำหน้าคู่แข่งได้มากเลยทีเดียว

คำถามที่ 4 :ส่งสินค้าอย่างไร?

ขั้นตอนสุดท้ายที่คนขายของออนไลน์ต้องมีการจัดการที่ดีคือ การเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า ปัจจุบันมีระบบและแพลตฟอร์มมากมายที่ให้บริการ จัดเก็บ แพ็ค และส่งสินค้า ช่วยให้คนขายของออนไลน์ง่ายขึ้น ซึ่งในขั้นตอนนี้ค่อนข้างมีความสำคัญ หากเรามีการจัดการเรื่องการส่งของที่ดี จะทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจของคุณดีด้วย โดยช่องทางการจัดส่ง มีให้เลือกที่น่าสนใจนำมาปรับใช้อยู่ 4 อย่างด้วยกันได้แก่

ส่งของด้วยตนเอง: เป็นการเก็บ แพ็คและจัดส่งสินค้าด้วยตัวเอง ผู้ขายของออนไลน์เลือกใช้บริการจัดส่งผ่านขนส่งต่างๆ ด้วยตนเอง ต้องศึกษาบริการและราคาขนส่งต่างๆ ให้รอบคอบ วิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ขายของออนไลน์รายเล็ก ไม่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บเยอะ เพราะต้องเสียเวลาในการแพ็คสินค้า  

เลือกใช้ Outsource fulfillment: การใช้บริการ Fulfillment จาก Outsource ระบบคลังสินค้า ที่เริ่มจากการนำสินค้าเข้ามาเก็บที่คลัง ตามด้วยขั้นตอนการนำออกมาแพ็คลงบรรจุภัณฑ์ และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า ซึ่งค่าใช้จ่ายถูกกว่าการจ้างแรงงาน และง่ายต่อการเพิ่มหรือลดปริมาณให้สอดคล้องกับยอดขาย

เว็บไซต์จองขนส่งออนไลน์: วิธีนี้เหมาะกับคนขายของออนไลน์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เพราะเว็บไซต์จองขนส่งออนไลน์จะรวบร่วมขนส่งชั้นนำต่างๆมาอยู่ในเว็บไซต์เดียว มีบริการเปรียบเทียบราคา และคุณภาพการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ขายของออนไลน์ และช่วยให้ผู้ขายเลือกขนส่งที่เหมาะสมกับสินค้า ทำให้ต้นทุนของผู้ขายลดลง ซึ่ง www.shippop.com คือระบบจองขนส่งออนไลน์ ที่ช่วยให้ท่านสามารถใช้บริการขนส่งได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถเลือกจองขนส่งได้ตามที่คุณต้องการ ให้ราคาที่คุ้มค่า กับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ทำให้การจัดส่งสินค้าของท่านง่ายขึ้น สนใช้บริการได้ที่ คลิก

ทั้งหมดนี้เป็น 4 คำถามหลักๆ ที่คนขายของออนไลน์ต้องตอบให้ได้ ว่าจะทำอย่างไรกับแต่ละขั้นตอนก่อนการเริ่มขายของออนไลน์ เพราะการขายของออนไลน์เริ่มต้นไม่ยากนัก แต่จะแข่งขันเพื่อให้อยู่รอดนั้นมันยาก มีต้องมีพร้อมกับการจัดการที่ดี และการตัดสินใจที่ถูกต้อง

 

SHIPPOP
ช่วยให้เรื่องการส่งของ เป็นเรื่องง่าย 📦
ใช้งานได้ที่ 💻 > www.shippop.com
————————————————-
ติดต่อ 📳 Line : @SHIPPOP ☎️ โทร. 092-905-3355