เริ่มส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับร้านค้าออนไลน์มือใหม่

การขายสินค้าออนไลน์ให้ลูกค้าต่างประเทศอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายร้าน เพราะแค่ได้ยินคำว่า “ส่งพัสดุต่างประเทศ” ก็นึกถึงเอกสาร ศุลกากร ภาษี ค่าส่ง และขั้นตอนที่ดูซับซ้อนกว่าการส่งในประเทศ

แต่จริง ๆ แล้ว หากเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ก่อนส่ง การเริ่มส่งสินค้าชิ้นแรกไปต่างประเทศก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

สิ่งสำคัญคือ ก่อนนำกล่องไปส่ง อย่าเพิ่งดูแค่ว่า “ประเทศนี้ค่าส่งเท่าไร?” แต่ควรตรวจสอบให้ครบตั้งแต่สินค้าส่งได้หรือไม่ ข้อมูลผู้รับถูกต้องหรือเปล่า ต้องใช้เอกสารอะไร น้ำหนักและขนาดเท่าไร ไปจนถึงเรื่องภาษีของประเทศปลายทาง

บทความนี้สรุปสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเตรียมก่อน ส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก พร้อมแนวทางใช้ SHIPPOP International / Cross Border เพื่อช่วยจัดการงานส่งต่างประเทศผ่านระบบเดียว


1. เริ่มจากเช็กก่อนว่า “สินค้าของเราส่งไปประเทศนั้นได้หรือไม่”

นี่คือสิ่งแรกที่ควรทำก่อนแพ็กของด้วยซ้ำ

เพราะสินค้าบางประเภทอาจส่งออกจากประเทศไทยได้ แต่ประเทศปลายทางมีข้อกำหนดเพิ่มเติม หรืออาจไม่อนุญาตให้นำสินค้าเหล่านั้นเข้าประเทศ

SHIPPOP แนะนำให้ผู้ส่งตรวจสอบทั้งข้อกำหนดของประเทศปลายทาง ขั้นตอนศุลกากร และตรวจว่าสินค้าเข้าข่ายสินค้าต้องห้ามหรือไม่ ก่อนเริ่มสร้างรายการจัดส่ง

ตัวอย่างสินค้าที่มีข้อจำกัดหรือไม่สามารถขนส่งทางอากาศในบริการบางประเภท เช่น วัตถุอันตราย สารเคมี เงินสด อาวุธและวัตถุระเบิด สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงสินค้าบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับอาหาร พืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีใบอนุญาต

กรมศุลกากรเองก็แบ่งสินค้าออกเป็นทั้ง ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด ซึ่งสินค้ากลุ่มหลังอาจส่งออกได้ แต่ต้องได้รับใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ก่อนส่งให้ถามตัวเอง 3 ข้อ

  • สินค้าชนิดนี้ส่งออกจากประเทศไทยได้หรือไม่?
  • ประเทศปลายทางอนุญาตให้นำเข้าหรือไม่?
  • ต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารพิเศษเพิ่มเติมหรือเปล่า?

อย่าใช้หลักว่า “เคยส่งในไทยได้ ก็ต้องส่งต่างประเทศได้” เพราะข้อกำหนดของแต่ละประเทศแตกต่างกัน


2. เตรียมข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษให้ครบ

ส่งในประเทศ ชื่อหรือที่อยู่ผิดเล็กน้อยอาจยังโทรถามกันได้ง่าย แต่สำหรับพัสดุต่างประเทศ ข้อมูลที่ไม่ครบอาจทำให้การจัดส่งล่าช้า พัสดุติดขั้นตอนตรวจสอบ หรือถูกตีกลับได้

ข้อมูลพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ชื่อ–นามสกุลผู้รับ
  • ที่อยู่แบบละเอียด
  • เมือง / รัฐ / จังหวัด
  • ประเทศ
  • Postal Code / ZIP Code
  • เบอร์โทรศัพท์
  • Email หากมี

ควรให้ลูกค้าตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนสร้างรายการ โดยเฉพาะ Postal Code และหมายเลขโทรศัพท์

หากเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ส่งออกเป็นประจำ การเก็บข้อมูลในรูปแบบมาตรฐานตั้งแต่ตอนรับออเดอร์ จะช่วยลดเวลาการแก้ข้อมูลก่อนส่งในภายหลังได้มาก


3. รู้ “น้ำหนักจริง” ยังไม่พอ ต้องวัดขนาดกล่องด้วย

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ

“ของหนักแค่ 1 กิโล ทำไมค่าส่งต่างประเทศถึงไม่เท่ากัน?”

เพราะราคาส่งต่างประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักอย่างเดียว

SHIPPOP ระบุว่าค่าขนส่งระหว่างประเทศขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งประเภทบริการ บริษัทขนส่ง น้ำหนักและขนาดพัสดุรวมบรรจุภัณฑ์ และประเทศปลายทาง

ดังนั้นก่อนเช็กราคา ควรเตรียม

น้ำหนัก: ชั่งหลังแพ็กเสร็จแล้ว
ขนาด: วัดกว้าง × ยาว × สูงของกล่องหลังปิดเรียบร้อย

อย่าชั่งเฉพาะตัวสินค้า เพราะเมื่อใส่กล่อง วัสดุกันกระแทก และอุปกรณ์แพ็กแล้ว น้ำหนักและขนาดอาจเพิ่มขึ้นจนมีผลต่อค่าจัดส่ง

เทคนิคสำหรับร้านค้าออนไลน์

ถ้ามีสินค้าขนาดมาตรฐาน เช่น

เสื้อ 1 ตัว → กล่อง A
เสื้อ 2–3 ตัว → กล่อง B
สินค้าเซ็ตใหญ่ → กล่อง C

ลองเก็บน้ำหนักและขนาดหลังแพ็กของแต่ละรูปแบบไว้ เมื่อมีออเดอร์ครั้งต่อไปจะเช็กราคาและเตรียมงานได้เร็วขึ้น


4. แพ็กของให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่ไกลกว่าเดิม

การส่งของไปต่างประเทศมีการเคลื่อนย้ายหลายขั้นตอนกว่าการส่งระยะใกล้ พัสดุจึงควรได้รับการป้องกันให้เหมาะสม

แนวทางของ SHIPPOP แนะนำให้ใช้กล่องที่แข็งแรง ห่อสินค้าแต่ละชิ้นด้วยวัสดุกันกระแทก ปกปิดส่วนแหลมหรือส่วนที่ยื่นออกมา และปิดรอยต่อของกล่องให้เรียบร้อย โดยแนะนำการติดเทปในลักษณะตัว H

สำหรับร้านค้าออนไลน์ ควรคิดง่าย ๆ ว่า

กล่องต้องพร้อมรับแรงกระแทก การซ้อน และการเคลื่อนย้ายหลายรอบ

โดยเฉพาะสินค้าแตกง่าย ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ว่างภายในกล่อง และไม่ปล่อยให้สินค้าขยับไปมาได้ง่าย

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ อย่าใช้กล่องใหญ่เกินความจำเป็น เพราะขนาดกล่องสามารถมีผลต่อราคาค่าขนส่งได้เช่นกัน


5. เตรียมรายละเอียดสินค้าให้ชัด อย่าเขียนแค่ “Gift” หรือ “Product”

พัสดุต่างประเทศเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทางศุลกากร ดังนั้นคำอธิบายสินค้าควรชัดเจนและตรงกับของที่อยู่ในกล่อง

เช่นแทนที่จะเขียนว่า

Product

ควรระบุให้ชัดกว่าเดิม เช่น

Cotton T-Shirt

หรือแทนที่จะระบุเพียง

Accessory

อาจใช้

Plastic Hair Accessories

นอกจากชื่อสินค้า ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ

  • จำนวนสินค้า
  • ราคาหรือมูลค่าของสินค้า
  • วัตถุประสงค์การส่ง
  • รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า

ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อเอกสารประกอบการส่งและพิธีการศุลกากร


6. เตรียมเอกสารสำหรับการส่งต่างประเทศ

ส่วนนี้คือจุดที่มือใหม่มักรู้สึกว่ายุ่งยากที่สุด

SHIPPOP ระบุว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งต่างประเทศอาจประกอบด้วย Air Waybill และ Commercial Invoice โดยข้อมูลบนเอกสารควรกรอกเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้สามารถแตกต่างกันไปตามปริมาณ มูลค่าสินค้า ประเทศปลายทาง และบริการขนส่งที่เลือก

Air Waybill คืออะไร?

คือเอกสารกำกับการขนส่ง ซึ่งมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้ส่ง ผู้รับ และรายละเอียดการจัดส่ง

Commercial Invoice คืออะไร?

คือเอกสารที่แสดงรายละเอียดสินค้า เช่น

ชื่อสินค้า
จำนวน
มูลค่า
ข้อมูลผู้ส่ง
ข้อมูลผู้รับ

เพื่อใช้ประกอบกระบวนการขนส่งและศุลกากร

สำหรับสินค้าบางประเภท อาจมีเอกสารหรือใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบก่อนส่งทุกครั้ง โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ยา เครื่องสำอาง พืช ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ศิลปวัตถุ หรือสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม


7. อย่าลืมเรื่อง “ภาษีปลายทาง”

หลายร้านคิดต้นทุนเพียง

ราคาสินค้า + ค่าส่ง

แต่การขายต่างประเทศอาจมีภาษี อากร หรือค่าธรรมเนียมตามกฎของประเทศปลายทาง

ข้อกำหนดเหล่านี้ไม่เหมือนกันในทุกประเทศ และอาจขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า มูลค่า และกฎหมายของประเทศนั้น ๆ SHIPPOP จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อกำหนดและพิธีการของประเทศปลายทางก่อนจัดส่ง

ดังนั้นก่อนขาย ควรตกลงกับลูกค้าให้ชัดเจนว่า

หากเกิดภาษีหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ประเทศปลายทาง ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

จะช่วยลดปัญหาลูกค้าไม่ยอมรับสินค้าเมื่อของเดินทางไปถึง


8. เปรียบเทียบ “ราคา + ระยะเวลา + รูปแบบบริการ” ก่อนเลือกขนส่ง

อย่าเลือกขนส่งโดยดูเฉพาะราคาถูกที่สุด

เพราะลูกค้าแต่ละออเดอร์มีความต้องการต่างกัน

บางคนต้องการของเร็ว
บางคนรับได้ถ้ารอนานขึ้นแต่ราคาประหยัด
บางออเดอร์เป็นสินค้ามูลค่าสูง
บางออเดอร์เป็นสินค้าขนาดใหญ่

SHIPPOP International ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบตัวเลือกการจัดส่งระหว่างประเทศ และราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทบริการ ขนส่ง น้ำหนัก ขนาด และประเทศปลายทาง

ร้านจึงควรพิจารณาพร้อมกันอย่างน้อย 3 เรื่อง

ราคา | ระยะเวลา | เงื่อนไขบริการ

แล้วเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับออเดอร์นั้นจริง ๆ


9. เลือกว่าจะให้เข้ารับ หรือไป Drop Off

อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องเตรียมคือ หลังสร้างรายการแล้วจะส่งกล่องเข้าสู่ระบบขนส่งอย่างไร

SHIPPOP International รองรับทั้งรูปแบบ Pickup ที่มีบริการเข้ารับตามเงื่อนไขของบริการ และการนำพัสดุไปยังจุด Drop Off โดยขั้นตอนหลักคือเช็กราคา สร้างพัสดุ แล้วดำเนินการเข้ารับหรือนำไปส่งยังจุดบริการ

สำหรับร้านที่มีพัสดุหลายกล่อง การเลือกบริการเข้ารับสามารถช่วยลดเวลาเดินทางได้ ส่วนร้านที่ส่งไม่บ่อยและมีจุดบริการใกล้บ้าน อาจเลือก Drop Off ตามความสะดวก


10. เก็บ Tracking ไว้และแจ้งลูกค้าหลังส่ง

งานยังไม่จบตอนยื่นกล่องให้ขนส่ง

หลังจัดส่งแล้วควร

  • เก็บหมายเลข Tracking
  • ส่งหมายเลขให้ลูกค้า
  • ตรวจสอบสถานะเป็นระยะ
  • แจ้งลูกค้าหากมีความล่าช้าหรือสถานะผิดปกติ

SHIPPOP Cross Border รองรับการออกหมายเลขพัสดุ พิมพ์ใบปะหน้า และติดตามสถานะผ่านระบบ SHIPPOP Tracking ทำให้สามารถจัดการขั้นตอนเหล่านี้ต่อจากการจองขนส่งได้ในระบบเดียว

สำหรับร้านออนไลน์ ประสบการณ์หลังการขายสำคัญไม่แพ้ตอนปิดออเดอร์ โดยเฉพาะลูกค้าต่างประเทศที่อยู่ห่างจากร้านหลายพันกิโลเมตร


Checklist ก่อนส่งพัสดุต่างประเทศครั้งแรก

ก่อนกดจองขนส่ง ลองตรวจให้ครบอีกครั้ง

  • สินค้าส่งออกได้หรือไม่
  • ประเทศปลายทางอนุญาตให้นำเข้าหรือไม่
  • ต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่
  • ชื่อ–ที่อยู่ผู้รับเป็นภาษาอังกฤษและถูกต้อง
  • Postal Code และเบอร์โทรถูกต้อง
  • ชั่งน้ำหนักหลังแพ็กแล้ว
  • วัดขนาดกล่องเรียบร้อย
  • แพ็กสินค้าแน่นหนา
  • ระบุรายละเอียดและมูลค่าสินค้าตรงตามจริง
  • เตรียม Air Waybill / Commercial Invoice หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบเรื่องภาษีและข้อกำหนดประเทศปลายทาง
  • เปรียบเทียบราคาและระยะเวลาของบริการ
  • เก็บ Tracking และแจ้งลูกค้าหลังส่ง

หากครบทั้งหมดนี้ การส่งต่างประเทศครั้งแรกก็จะง่ายขึ้นมาก


เริ่มส่งต่างประเทศง่ายขึ้นด้วย SHIPPOP International

การส่งพัสดุไปต่างประเทศไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปิดเว็บไซต์ขนส่งหลายเจ้าแล้วเปรียบเทียบทุกอย่างด้วยตัวเอง

SHIPPOP International / Cross Border เป็นบริการจองขนส่งต่างประเทศออนไลน์ที่ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบตัวเลือกค่าจัดส่ง ชำระเงิน ออกหมายเลขพัสดุ พิมพ์ใบปะหน้า ติดตามสถานะ และเลือกบริการรับพัสดุตามเงื่อนไขของบริการได้ผ่านระบบ SHIPPOP ลองเลย > https://www.shippop.com