ออเดอร์เยอะ จัดการยังไง ส่งของไม่ทัน ทำยังไง? 7 วิธีลดงานหลังบ้านร้านออนไลน์

ขายดีขึ้น ออเดอร์เยอะขึ้น เป็นสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ทุกคนอยากเห็น แต่พอออเดอร์จากวันละไม่กี่สิบกลายเป็นหลักร้อย ปัญหาใหม่ก็มักตามมา

ต้องคีย์ชื่อและที่อยู่ลูกค้าทีละรายการ
ต้องทำรายการส่งของซ้ำ ๆ
ต้องพิมพ์ใบปะหน้าจำนวนมาก
ต้องคอยเช็กว่าพัสดุไหนส่งแล้วหรือยัง
และบางวันทีมงานใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการจัดการงานส่งของ

จากยอดขายที่ควรเป็นเรื่องดี กลับกลายเป็นว่า “ออเดอร์เยอะ แต่จัดการไม่ไหว”

แล้วถ้าออเดอร์เยอะขึ้น ร้านค้าออนไลน์ควรจัดการอย่างไร โดยไม่ต้องเพิ่มงานหลังบ้านตามจำนวนออเดอร์?

ออเดอร์เยอะ จัดการยังไงไม่ให้ส่งของผิดหรือส่งไม่ทัน?

สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบเพิ่มคน แต่ควรดูก่อนว่าในหนึ่งออเดอร์ ทีมงานต้องทำงานซ้ำกี่ครั้ง

ลองดู Workflow ทั่วไปของร้านค้าออนไลน์

ลูกค้าสั่งสินค้า
→ ตรวจสอบออเดอร์
→ นำชื่อและที่อยู่ไปสร้างรายการส่ง
→ เลือกขนส่ง
→ พิมพ์ใบปะหน้า
→ แพ็กสินค้า
→ ส่งพัสดุ
→ ติดตามสถานะ

หากทุกขั้นตอนต้องใช้พนักงานทำด้วยตัวเองทั้งหมด เมื่อออเดอร์เพิ่มจาก 50 เป็น 500 รายการ งานหลายอย่างก็อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าตามไปด้วย

ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจควรแก้ก่อนคือ ลดงานที่ต้องทำซ้ำในแต่ละออเดอร์

คีย์ที่อยู่ลูกค้าทีละรายการ เสียเวลามากกว่าที่คิด

หนึ่งในงานที่พบได้บ่อยในร้านค้าออนไลน์คือการนำข้อมูลจากระบบขายมากรอกใหม่ในระบบขนส่ง

ชื่อ
เบอร์โทร
ที่อยู่
รหัสไปรษณีย์
น้ำหนักสินค้า
รายละเอียดพัสดุ

หากมีเพียงวันละ 10-20 รายการอาจยังไม่เป็นปัญหา

แต่ถ้ามีวันละหลายร้อยรายการ การคีย์ข้อมูลเดิมซ้ำอีกครั้งไม่เพียงเสียเวลา แต่ยังเพิ่มโอกาสกรอกชื่อ ที่อยู่ หรือเบอร์โทรผิดอีกด้วย

ทางแก้คือพยายามทำให้ ข้อมูลออเดอร์และข้อมูลการจัดส่งเชื่อมต่อกัน

ยิ่งลดจำนวนครั้งที่พนักงานต้องนำข้อมูลเดิมมากรอกใหม่ได้มากเท่าไร งานหลังบ้านก็ยิ่งลดลง

พิมพ์ใบปะหน้าหลายออเดอร์ ทำยังไงให้เร็วขึ้น?

อีกหนึ่งปัญหาที่ร้านซึ่งมียอดส่งเยอะมักเจอคือ พิมพ์ใบปะหน้าทีละออเดอร์

หากต้องเปิดรายการ → กดพิมพ์ → กลับหน้าเดิม → เปิดรายการถัดไป ซ้ำหลายร้อยครั้ง ย่อมใช้เวลาโดยไม่จำเป็น

ระบบจัดส่งสำหรับธุรกิจจึงควรรองรับการจัดการหลายรายการ และช่วยให้ทีมสามารถสร้างรายการและพิมพ์ใบปะหน้าจำนวนมากได้อย่างเป็นระบบ

โดยเฉพาะช่วงแคมเปญ เช่น

9.9
10.10
11.11
12.12
Payday
Flash Sale
Live Commerce

ที่ออเดอร์อาจเข้ามามากกว่าวันปกติหลายเท่า

ระบบหลังบ้านที่สามารถรองรับออเดอร์จำนวนมากได้จึงมีผลโดยตรงต่อความเร็วในการแพ็กและส่งสินค้า

ส่งพัสดุจำนวนมาก ต้องเพิ่มพนักงานเสมอไปไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป

ก่อนเพิ่มพนักงาน ธุรกิจควรถามว่า

“งานส่วนไหนที่ระบบสามารถทำแทนคนได้?”

ตัวอย่างงานที่สามารถลดขั้นตอนได้ เช่น

  • การสร้างรายการจัดส่ง
  • การดึงข้อมูลลูกค้ามาใช้
  • การตรวจสอบค่าจัดส่ง
  • การพิมพ์ใบปะหน้า
  • การติดตามสถานะพัสดุ
  • การส่งข้อมูลระหว่างระบบ

สิ่งเหล่านี้เป็นงานที่เกิดซ้ำในแทบทุกออเดอร์

ดังนั้นหากสามารถลดเวลาได้เพียงเล็กน้อยต่อหนึ่งรายการ แต่ธุรกิจมีออเดอร์หลายร้อยหรือหลายพันรายการ ผลลัพธ์ที่ได้จะเริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจน

ขายของหลายออเดอร์ ควรมีระบบส่งพัสดุแบบไหน?

ระบบจัดส่งสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่กำลังเติบโตควรช่วยจัดการอย่างน้อย 4 เรื่อง

1. สร้างรายการส่งได้ง่าย

ไม่ควรต้องกรอกข้อมูลใหม่หลายครั้ง และควรรองรับการทำงานกับพัสดุจำนวนมาก

2. พิมพ์ใบปะหน้าได้สะดวก

เมื่อมีรายการจำนวนมาก ระบบควรช่วยให้ขั้นตอนการเตรียมใบปะหน้าไม่กลายเป็นคอขวดของกระบวนการแพ็กสินค้า

3. ติดตามพัสดุได้

เมื่อส่งพัสดุจำนวนมาก การจำว่าของลูกค้าคนไหนอยู่ที่ไหนแทบเป็นไปไม่ได้

ธุรกิจจึงควรสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งอย่างเป็นระบบ

4. เชื่อมต่อกับระบบเดิมได้

สำหรับร้านหรือบริษัทที่มีเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบหลังบ้านของตัวเอง การสามารถเชื่อมระบบจัดส่งเข้าไปใน Workflow เดิมจะช่วยลดการทำงานซ้ำได้มากขึ้น

เชื่อมขนส่งกับเว็บไซต์ได้ไหม?

ได้ หากระบบขนส่งมี API หรือเครื่องมือสำหรับ Integration

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจมีเว็บไซต์ของตัวเอง เมื่อลูกค้าสั่งสินค้า ข้อมูลออเดอร์มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว

แทนที่จะให้พนักงาน Copy ข้อมูลออกมาแล้วนำไปกรอกในระบบจัดส่งอีกครั้ง สามารถพัฒนาให้ระบบส่งข้อมูลที่จำเป็นไปยังกระบวนการจัดส่งได้

หลักการทำงานอาจเป็น

ลูกค้าสั่งสินค้า

ระบบของร้าน

API ขนส่ง

สร้างรายการจัดส่ง

พิมพ์ใบปะหน้า

ส่งสินค้า

อัปเดต Tracking

จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจที่มียอดส่งสูงเริ่มให้ความสำคัญกับการเชื่อมระบบมากขึ้น

API ขนส่งคืออะไร และช่วยร้านค้าออนไลน์อย่างไร?

API ขนส่ง หรือ Shipping API คือช่องทางที่ทำให้ระบบของธุรกิจสามารถสื่อสารกับระบบจัดส่งได้โดยอัตโนมัติ

แทนที่จะให้พนักงานเปิดระบบหนึ่งแล้วนำข้อมูลไปกรอกอีกระบบหนึ่ง ระบบสามารถส่งข้อมูลหากันได้โดยตรง

เช่น

เช็กราคาขนส่ง

ระบบสามารถเรียกข้อมูลบริการและค่าจัดส่งมาใช้ประกอบการเลือกบริการได้

สร้างรายการจัดส่ง

ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือระบบหลังบ้านสามารถนำไปสร้าง Shipment ได้

พิมพ์ใบปะหน้า

สามารถเรียกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพิมพ์ใบปะหน้าจาก Workflow เดิมของธุรกิจ

ติดตามพัสดุ

สถานะการจัดส่งสามารถนำกลับมาใช้ในระบบของธุรกิจได้

ยิ่งธุรกิจมีจำนวนออเดอร์มาก การลดการทำงาน Manual ระหว่างสองระบบก็ยิ่งช่วยลดภาระของทีมได้มากขึ้น

ไม่มี Developer ใช้ระบบช่วยได้ไหม?

ร้านค้าออนไลน์ทุกแห่งไม่ได้มีทีม Developer เป็นของตัวเอง

ดังนั้นก่อนเลือกวิธีเชื่อมระบบ ควรดูว่าธุรกิจอยู่ในระดับไหน

ถ้ายอดส่งยังไม่มากและต้องการเริ่มง่าย ๆ สามารถใช้ระบบจัดส่งโดยตรง

ถ้ามีร้านค้าออนไลน์ที่รองรับ Plugin หรือ Module อาจเลือกเชื่อมระบบด้วยวิธีดังกล่าว

แต่ถ้าธุรกิจมีเว็บไซต์ Application, ERP, OMS, WMS หรือระบบหลังบ้านของตัวเอง และต้องการออกแบบ Workflow เฉพาะ การใช้ API จะเปิดโอกาสให้เชื่อมต่อได้ยืดหยุ่นกว่า

แล้ว SHIPPOP Business ช่วยแก้ปัญหาออเดอร์เยอะได้ตรงไหน?

เมื่อธุรกิจเริ่มมีปัญหาเรื่องจำนวนพัสดุและงานจัดส่ง SHIPPOP Business เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจัดการ Shipping Operation

ระบบรองรับการสร้างรายการจัดส่ง พิมพ์ใบปะหน้า และติดตามพัสดุ รวมถึงรองรับธุรกิจที่มีพัสดุจำนวนมาก

สำหรับธุรกิจที่มีระบบของตัวเอง สามารถเชื่อมต่อผ่าน SHIPPOP API เพื่อให้ระบบจัดส่งทำงานต่อเนื่องจากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบหลังบ้านเดิมได้

ส่วนร้านค้าออนไลน์ที่ไม่ต้องการพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด ยังมีทางเลือกในการเชื่อมต่อผ่าน Plugin และ Module ที่รองรับ

เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่ “ส่งของได้”

แต่คือ

ทำอย่างไรให้ออเดอร์เพิ่มขึ้น โดยที่งานจัดส่งไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

ส่งของวันละหลายร้อยชิ้น ควรเริ่มปรับระบบตอนไหน?

ไม่จำเป็นต้องรอจนทีมทำงานไม่ทันก่อนถึงจะเริ่มปรับ

สัญญาณที่บอกว่าธุรกิจอาจถึงเวลาทบทวนระบบจัดส่ง เช่น

  • เริ่มคีย์ที่อยู่ลูกค้าซ้ำทุกวัน
  • ใช้เวลาทำใบปะหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ออเดอร์เพิ่มแล้วต้องเพิ่มคนตามทันที
  • มีการกรอกข้อมูลผิดบ่อย
  • ต้องสลับหลายระบบเพื่อทำงานหนึ่งออเดอร์
  • ติดตามพัสดุจำนวนมากได้ยาก
  • มีเว็บไซต์หรือระบบของตัวเอง แต่ระบบจัดส่งยังแยกออกจากกัน
  • ช่วงแคมเปญมักแพ็กหรือส่งสินค้าไม่ทัน

หากเริ่มพบปัญหาเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน แสดงว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “คนทำงานไม่เร็วพอ”

แต่อาจอยู่ที่ Workflow ยังมีขั้นตอน Manual มากเกินไป

สรุป ออเดอร์เยอะไม่ควรทำให้งานหลังบ้านโตตาม

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นควรทำให้ธุรกิจเติบโต ไม่ใช่ทำให้ทีมหลังบ้านต้องทำงานซ้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ

หากร้านเริ่มมีออเดอร์จำนวนมาก ควรเริ่มจากการหาให้เจอว่างานส่วนไหนกำลังเสียเวลา เช่น การคีย์ข้อมูลซ้ำ การสร้าง Shipment การพิมพ์ใบปะหน้า หรือการติดตามพัสดุ

จากนั้นจึงเลือกใช้ระบบและ Automation เข้ามาลดขั้นตอนเหล่านั้น

สำหรับธุรกิจที่มียอดส่งจำนวนมาก หรือต้องการเชื่อมระบบจัดส่งเข้ากับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบหลังบ้าน SHIPPOP Business รองรับทั้งการใช้งานผ่านระบบ SHIPPOP การเชื่อมต่อ API รวมถึง Plugin และ Module

เพื่อให้ธุรกิจสามารถโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น โดยไม่ต้องให้งานจัดส่งกลายเป็นคอขวดของการเติบโต

ถ้าธุรกิจของคุณกำลังเจอปัญหาออเดอร์เยอะ ส่งของไม่ทัน หรือมีขั้นตอนจัดส่งที่ต้องทำซ้ำจำนวนมาก สามารถปรึกษาทีม SHIPPOP เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการจัดส่งและเลือกวิธีเชื่อมต่อที่เหมาะกับธุรกิจได้