ขายดีแต่กำไรหาย? ค่าส่งอาจเป็นต้นทุนที่ร้านออนไลน์มองข้าม
ยอดขายเพิ่มขึ้น ออเดอร์เข้าทุกวัน ดูเหมือนธุรกิจกำลังไปได้ดี แต่พอสรุปยอดปลายเดือนกลับพบว่า “กำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นตามยอดขาย” หนึ่งในต้นทุนที่ร้านค้าออนไลน์จำนวนไม่น้อยอาจมองข้าม คือ ค่าขนส่ง ยิ่งร้านมีออเดอร์มาก ค่าส่งก็ยิ่งกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และหากร้านเลือกขนส่งแบบเดิมทุกครั้งโดยไม่ได้เปรียบเทียบราคา ต้นทุนเพียงไม่กี่บาทต่อกล่อง เมื่อรวมกันหลายร้อยหรือหลายพันออเดอร์ อาจกลายเป็นเงินจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือน ขายดีแต่กำไรหาย? ค่าส่งอาจเป็นต้นทุนที่ร้านออนไลน์มองข้าม
ขายของเก่งอย่างเดียว อาจยังไม่พอ ถ้าจัดการ “ค่าส่ง” ไม่เป็น
ลองคิดง่าย ๆ ถ้าร้านของคุณส่งพัสดุวันละ 50 กล่อง และสามารถลดต้นทุนการจัดส่งได้เพียง 5 บาทต่อกล่อง
เท่ากับประหยัดได้วันละ 250 บาท ประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 90,000 บาทต่อปี
นี่คือเหตุผลว่าทำไมร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มกำไร ไม่ควรมองแค่เรื่อง “ขายให้ได้มากขึ้น” แต่ควรมองด้วยว่า จะบริหารต้นทุนหลังบ้านให้ดีขึ้นได้อย่างไร และหนึ่งในต้นทุนที่เริ่มจัดการได้ทันที ก็คือเรื่องการขนส่ง
ปัญหาคือ ขนส่งแต่ละเจ้ามีราคาและจุดเด่นไม่เหมือนกัน
พัสดุแต่ละชิ้นไม่ได้เหมือนกัน
บางกล่องเล็ก บางกล่องใหญ่
บางออเดอร์ส่งในกรุงเทพฯ
บางออเดอร์ส่งต่างจังหวัด
บางพื้นที่ขนส่งเจ้าหนึ่งอาจเหมาะกว่าอีกเจ้า
แต่ในความเป็นจริง ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากมักเลือกใช้ขนส่งเจ้าเดิมทุกออเดอร์ เพราะสะดวกและคุ้นเคย
ปัญหาคือ ความสะดวกนั้นอาจแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่าที่จำเป็น
ถ้าจะเปรียบเทียบเอง ก็ต้องเปิดเว็บไซต์หรือระบบของขนส่งหลายเจ้า เช็กราคาทีละราย กรอกข้อมูลซ้ำ และจัดการเลขพัสดุจากหลายระบบ
สุดท้ายหลายร้านจึงเลือกวิธีง่ายที่สุด คือ “ใช้เจ้าเดิมไปก่อน”
SHIPPOP ช่วยให้ร้านเลือกขนส่งได้ง่ายขึ้นจากที่เดียว
SHIPPOP.com คือแพลตฟอร์มจองขนส่งออนไลน์ที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถจัดการเรื่องขนส่งจากหลายผู้ให้บริการผ่านระบบเดียว
แทนที่จะต้องเข้าเว็บไซต์ขนส่งทีละเจ้า ร้านสามารถนำข้อมูลพัสดุมาตรวจสอบตัวเลือกการจัดส่ง แล้วเลือกบริการที่เหมาะกับออเดอร์นั้นได้
จุดสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่อง “ส่งของได้” แต่คือการช่วยให้ร้านมี ทางเลือกในการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง
เพราะบางครั้งพัสดุกล่องเดียวกัน อาจไม่จำเป็นต้องเลือกขนส่งแบบเดียวกันทุกครั้ง
เมื่อร้านมองเห็นตัวเลือกมากขึ้น ก็สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าออเดอร์ไหนควรเลือกบริการใดให้เหมาะกับต้นทุนและรูปแบบการจัดส่ง
จากค่าส่งที่เคยเป็นต้นทุนตายตัว เปลี่ยนให้กลายเป็นต้นทุนที่บริหารได้
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับร้านค้าออนไลน์คือ SHIPPOP ไม่ได้ช่วยแค่ตอน “กดจองขนส่ง”
แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการจัดส่ง
จากเดิมที่ร้านอาจคิดว่า
“ร้านเราใช้ขนส่งเจ้านี้มาตลอด” เปลี่ยนเป็น “ออเดอร์นี้ ขนส่งแบบไหนเหมาะที่สุด?”
ความแตกต่างของคำถามเพียงเล็กน้อย อาจสร้างความแตกต่างด้านต้นทุนได้มากเมื่อร้านมีจำนวนออเดอร์สูงขึ้น
เพราะเมื่อธุรกิจโตขึ้น การประหยัดเงินเพียงไม่กี่บาทต่อออเดอร์ก็สามารถสะสมเป็นต้นทุนที่ลดลงจำนวนมากได้
ไม่ต้องเสียเวลาเปิดหลายระบบ
อีกหนึ่งต้นทุนที่เจ้าของร้านมักไม่ได้นำมาคำนวณ คือ เวลา
การเปิดหลายเว็บไซต์
กรอกชื่อและที่อยู่ลูกค้าซ้ำ
เช็กราคาทีละเจ้า
เก็บเลข Tracking จากหลายระบบ
และตามสถานะพัสดุจากหลายช่องทาง
ทั้งหมดนี้คือเวลาของเจ้าของร้านหรือพนักงาน
และเวลานั้นมีต้นทุน
การรวมขั้นตอนการจัดการขนส่งไว้ในระบบเดียวจึงไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสะดวก แต่ยังช่วยลดงานหลังบ้าน เพื่อให้ร้านมีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สร้างรายได้มากกว่า เช่น การขาย การทำคอนเทนต์ การดูแลลูกค้า และการพัฒนาสินค้า
ยิ่งส่งเยอะ ยิ่งควรเริ่มมองเรื่องต้นทุนต่อกล่อง
ร้านที่ส่งวันละ 5 กล่อง อาจยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก
แต่เมื่อร้านเติบโตเป็นวันละ 50, 100 หรือ 500 กล่อง ตัวเลขเพียงไม่กี่บาทจะเริ่มมีความหมายทันที
เพราะการเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ ไม่ได้มีเพียงวิธีขึ้นราคาสินค้าหรือเพิ่มยอดขาย
บางครั้ง กำไรเพิ่มขึ้นได้จากการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
และค่าขนส่งคือหนึ่งในต้นทุนที่ร้านค้าออนไลน์สามารถเริ่มทบทวนได้ตั้งแต่วันนี้
ก่อนส่งพัสดุกล่องต่อไป ลองถามตัวเองอีกครั้ง
ขนส่งที่ร้านใช้อยู่ทุกวันนี้
เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดจริง ๆ
หรือเป็นเพียงตัวเลือกที่ร้าน “เคยชินที่สุด”?
หากร้านของคุณมีออเดอร์เป็นประจำ การมีระบบที่ช่วยให้สามารถดูตัวเลือกและจัดการขนส่งหลายเจ้าได้จากที่เดียว อาจช่วยให้การจัดส่งง่ายขึ้น และทำให้คุณเห็นโอกาสในการควบคุมต้นทุนที่ก่อนหน้านี้อาจไม่เคยสังเกต
SHIPPOP.com — จองขนส่งออนไลน์หลายเจ้า จัดการง่ายในที่เดียว
เพราะสำหรับร้านค้าออนไลน์ทุกบาทที่ประหยัดจากการส่ง คือกำไรที่เหลือกลับมาอยู่กับธุรกิจมากขึ้น
