“ต้นเดือนกินอย่างราชา สิ้นเดือนเข้ามา มาม่าอร่อยจัง” ประโยคนี้คงกระแทกใจใครหลายคน ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรู้เรื่องการเงิน แต่ดันไม่มีเงินเก็บ อยากมีรายได้เพิ่ม แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็ทำงานแบบเดิมๆ ไป แน่นอนผลลัพธ์ย่อมเท่าเดิม ถ้าเปรียบรายรับกับรายจ่ายเป็นกราฟ ก็คงเป็นกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดิ่งลงเร็วเช่นเดียวกัน เพราะเวลาเงินไหลเข้าบัญชีปุ๊บ ตาก็มันวาวปั๊บ พร้อมสินค้าออกใหม่ฝุดขึ้นในหัว เท่านั้นแหละเงินในบัญชีก็วิ่งออกมาทันที หรือบางคนน่าสงสาร ต้องนำเงินไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตอีก แล้วเราจะมีวิธีการรับมือกับสถานการณ์รายจ่ายบานเบอะได้อย่างไร วันนี้ SHIPPOP จะมาบอกวิธีการเพิ่มรายรับ จัดรายจ่ายให้อยู่หมัด

1.เพิ่มคุณภาพของตัวเอง

จะพัฒนาตนเองให้อยู่ในระดับต้นๆ จนเพิ่มรายได้จากงานหลักได้อย่างไร อย่างแรก คือ เพิ่มคุณภาพตัวเองการเพิ่มคุณภาพมีหลายวิธี เช่น  การไปเรียนต่อ อ่านหนังสือ เข้าสัมมนาดีๆ ไปเรียนพิเศษคอร์สต่างๆ หรือถ้าเป็นการผลิตสินค้า สินค้าของคุณต้องมีความพิเศษ เป็นที่ต้องการของตลาดและมีคุณค่าต่อคนบนโลก เชื่อว่าถ้าสินค้าดีมีคุณภาพจริง ใครๆก็ต้องการ

2.โฟกัสถูกจุด

การทำหลายๆอย่างพร้อมกัน ไม่ได้ช่วยให้คุณขายสินค้าได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่การโฟกัสให้ถูกจุดต่างหากที่ทำกำไร ควรเลือกทำงานที่คุณถนัด โฟกัสกับงานเดียว งานที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณ หรือเพิ่มความต้องการให้กับคุณจริงๆ ดูว่าสินค้าหรือตัวเองมีความพิเศษและไม่มีใครเหมือน โฟกัสกับธุรกิจเดียวแล้วทำให้เต็มที่สุด

3.เวลาเท่ากัน ผลตอบแทนไม่เท่ากัน

สังคมที่มีแต่การแข่งขัน มนุษย์จึงต้องทำงานแลกเวลาเพื่อหาเงิน จึงต้องปรับตัวเข้าหาสถานการณ์ที่แข่งขันอยู่ตลอดเวลา หลายคนใช้วิธีทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิมในเวลาเดียวกัน คุณอาจจะทำได้ แต่อย่าลืมว่าเวลาไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนงานของคุณ แต่คุณทำงานหนักขึ้นในเวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม คิดว่าคุ้มค่าเหนื่อยไหม ไหนจะสุขภาพที่คุณต้องเสียไป ทำงานหนักสายตัวแทบขาด สุดท้ายเงินที่ได้มากลับกลายเป็นค่ารักษาพยาบาลของเราเอง

ตัวอย่าง

นาย A ทำงาน 8 ชั่วโมง รายได้ 18,000

กับอีกคน

นาย B ทำงาน 8 ชั่วโมง เท่ากัน รายได้หลัก 18,000 แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนให้งอกเงย เช่น ออมทอง ซื้อหุ้นปันผล หากมีเงินเก็บมากหน่อยก็ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  

เคยมีคำกล่าว อย่างปรมาจารย์ด้านการเงิน โรเบิร์ต คิโยซากิ กล่าวว่า ผู้ออมคือผู้แพ้ “The saver is a loser” หมายความว่า คนเราไม่ควรจะเก็บเงินทั้งหมดไว้ในเงินออม อันดับแรกมีต้องมีเงินเก็บก่อน ส่วนจะนำไปบริการจัดการอะไรนั้นว่ากันอีกทีนึง แต่อย่าเอาทั้งหมดไว้ในเงินออม  เพราะว่ามันจะทำให้ผลตอบแทนไม่เพียงพอที่จะดูแลตัวเองในช่วงบั่นปลาย หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความมั่งคั่งด้วย

4.อย่าใช้เงินในอนาคต (ถ้าไม่จำเป็น)

เงินในอนาคตก็คือเงินที่เรายังไม่พร้อมจะจ่าย เช่น เงินกู้จากธนาคาร ใช้บัตรเครดิตเกินตัว หรือไปยืมคนอื่นมา  ดังนั้นการใช้จ่ายเงินในอนาคตจะตามมาด้วยปัญหาหนี้สินมากมาย โทมัส เจฟเฟอร์สัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคยกล่าวไว้ว่า อย่าใช้จ่ายเงิน จนกว่าคุณจะได้เป็นเจ้าของหรือครอบครองมันจริงๆ  

5.อย่ารังเกียจเศษเงิน

ทุกครั้งที่ใช้จ่าย แล้วได้เศษเงินทอนกลับมา อย่ามองข้ามเศษเงินหล่านั้น จงเก็บมันทุกบาททุกสตางค์ เพราะเมื่อมันรวมกันมากๆ จะกลายเป็นเงินก้อนสำหรับคุณ เช่นเดียวกันทุกครั้งที่คุณส่งของกับ SHIPPOP คุณจะมีเศษเงินเหลือมากมายที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นกำไรให้กับคุณ เพราะเราถูกกว่า เร็วกว่า ประหยัดกว่า และที่สำคัญมีเงินเหลือในกระเป่ามากกว่าให้คุณได้เพิ่มรายรับ จัดรายจ่ายได้อยู่หมัดอย่างแน่นอน

เก็บเศษเงินทุกครั้ง ทุกครั้งที่ใช้จ่าย แล้วได้เงินท่อนมาเป็นเศษ อย่ามองข้าม อย่าใช้จ่ายเกินกำลังที่มี สมมุติ ถ้ามีรายได้ 10,000 บาท คุณใช้ไปเพียง 8,000 บาท สิ่งที่จะได้รับคือความสุข แต่ถ้ามีรายได้ 10,000 ใช้ไป 15,000 บาท นั้นคือหายนะ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้เวลาที่มีค่าของคุณสูญเปล่า ลงทุนซื้อความสะดวกสะบายกับ SHIPPOP ที่ทำให้คุณประหยัดเวลา มีเวลาไปทำอย่างอื่นอยู่กับธุรกิจของคุณได้นานขึ้น ให้ SHIPPOP เพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณ

————————————————-
SHIPPOP
ให้เรื่องการจัดส่ง เป็นเรื่องง่าย
ส่งเลย
ติดต่อ 📳 Line : @SHIPPOP ☎️ โทร. 092-905-3355